สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนจีนครั้งสำคัญ เป็นเวลา 2 วัน ซึ่งมีการเข้าพบตั้งแต่นายฉิน กัง รมว.การต่างประเทศจีน ไปจนถึงนายหวัง อี้ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ และระดับสูงสุด คือประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง “การสร้างเสถียรภาพ” ให้กับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี
"We both agree on the need to stabilize our relationship"
— Bloomberg (@business) June 19, 2023
US Secretary of State Antony Blinken says he had an "important" conversation with President Xi Jinping during his visit to China https://t.co/q5LVRjYhbL pic.twitter.com/wWaC1YpYnj
The US has "no illusions" about the challenge of managing its relationship with China, says Secretary of State Antony Blinken, adding there are "many issues" on which the nations "profoundly, even vehemently" disagree https://t.co/q5LVRjYhbL pic.twitter.com/fTnu2iSElj
— Bloomberg (@business) June 19, 2023
ขณะเดียวกัน บลิงเคนยอมรับ “ความท้าทาย” ในการบริหารจัดการความสัมพันธ์ ซึ่งยังคงมีประเด็นที่แต่ละฝ่ายยังคงเห็นต่างกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งของรัฐบาลวอชิงตันยืนยันว่า การควบคุมและการจำกัดการส่งออก วัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ “ไม่ใช่การควบคุมทางเศรษฐกิจ” ต่อจีน อย่างไรก็ตาม บลิงเคนเน้นย้ำว่า รัฐบาลวอชิงตันไม่อาจปล่อยให้จีน “ครอบครอง” เทคโนโลยี ที่สามารถนำมาใช้ “ต่อต้าน” สหรัฐได้

"Welcome to China"
— Bloomberg TV (@BloombergTV) June 19, 2023
Chinese President Xi Jinping shakes hands with US Secretary of State Antony Blinken, as the pair meet in Beijing https://t.co/bHR1zwQU0w pic.twitter.com/SbmgZdiRu1
เกี่ยวกับเรื่องไต้หวัน บลิงเคนกล่าวว่า “เป็นเรื่องใหญ่ที่ยังคงเห็นต่าง” แต่การหารือในประเด็นดังกล่าว เป็นไปอย่าง “สร้างสรรค์” โดยยืนยันว่า สหรัฐ “ไม่สนับสนุนการเป็นเอกราช” ของไต้หวัน และเน้นย้ำการรักษา “สถานะเดิม” ให้แก่รัฐบาลไทเป
US Secretary of State Antony Blinken says he raised concerns about China's "provocative actions" in the Taiwan Strait during talks in Beijing
— Bloomberg (@business) June 19, 2023
"We do not support Taiwan independence," he adds https://t.co/q5LVRjYhbL pic.twitter.com/ioj8JnH3th
นอกจากนี้ รัฐบาลวอชิงตันมีความวิตกกังวลต่อ “การเคลื่อนไหวที่ยั่วยุคุกคาม” ของจีนในบริเวณนี้ ที่เกิดขึ้น โดยย้อนกลับไปจนถึงปี 2559 และขอให้รัฐบาลปักกิ่งใช้ “อิทธิพลที่มีอยู่” นำเกาหลีเหนือกลับคืนสู่การเจรจา อีกทั้งจีนยังให้คำมั่น ไม่มอบความช่วยเหลือด้านอาวุธอันตราย ให้แก่รัสเซียเพื่อใช้ในสมรภูมิยูเครนด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



