สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่า นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ยกย่องการรับรองดังกล่าวว่าเป็น “ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์” ของสนธิสัญญาที่จะกำหนดกรอบทางกฎหมาย เพื่อขยายการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมน่านน้ำสากล ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 60% ของมหาสมุทรในโลก
“ในตอนนี้ ประเทศต่าง ๆ ต้องให้สัตยาบันโดยเร็วที่สุดในการนำสนธิสัญญามาบังคับใช้ เพื่อที่พวกเราจะสามารถปกป้องมหาสมุทรของเรา, สร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ตลอดจนคุ้มครองชีวิต และการดำรงชีวิตของประชาชนหลายพันล้านคน” นางรีเบ็กกา ฮับบาร์ด จากพันธมิตรทะเลหลวง (เอชเอสเอ) กล่าว
On Monday, UN member countries adopted a historic agreement designed to protect marine biodiversity found in more than 2/3 of the ocean.
— United Nations (@UN) June 20, 2023
More about the landmark deal to #SaveOurOcean. https://t.co/cXwSP9vkBf
ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์หลายคนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของมหาสมุทรมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมันเป็นสถานที่ที่ผลิตออกซิเจนส่วนใหญ่, จำกัดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศด้วยการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมักจะอยู่ในระดับจุลภาค
ICYMI: We've won the biggest conservation victory – EVER!!!!
— Greenpeace UK (@GreenpeaceUK) March 7, 2023
Governments at @UN finally secured a Global Ocean Treaty that will protect our oceans!
This victory reminds us that taking action makes a difference and that people power works!#ProtectTheOceans #IGC5 pic.twitter.com/jAXUFERIny
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมหาสมุทรหลายแห่งของโลก อยู่นอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของแต่ละประเทศ การคุ้มครองสิ่งที่เรียกว่า “ทะเลหลวง” จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ส่งผลให้มันถูกละเลยมานาน ในการต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อมหลายครั้ง เพราะความสนใจสำคัญอยู่ที่พื้นที่ชายฝั่ง และสิ่งมีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์เพียงไม่กี่สายพันธุ์ ปัจจุบัน มีเพียงประมาณ 1% ของทะเลหลวงเท่านั้น ที่ได้รับการคุ้มครองโดยมาตรการอนุรักษ์ทุกประเภท
สนธิสัญญาดังกล่าว ซึ่งรู้จักกันอย่างเป็นทางการในชื่อ “สนธิสัญญาว่าด้วยการจัดระเบียบการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลในพื้นที่ที่อยู่นอกเขตอำนาจรัฐ” หรือ “บีบีเอ็นเจ” ระบุข้อกำหนดในการดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการในน่านน้ำสากล อีกทั้งยังกำหนดหลักการสำหรับการแบ่งปันผลประโยชน์ของ “ทรัพยากรพันธุกรรมทางทะเล” (เอ็มจีอาร์) ที่รวบรวมโดยการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในน่านน้ำสากลด้วยเช่นกัน.
เครดิตภาพ : AFP



