สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่า นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถึงสถานการณ์รุนแรงระลอกใหม่ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้ว 18 ราย เฉพาะภายในสัปดาห์นี้ ด้วยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล และการสร้างวาทกรรมยั่วยุข่มขู่กัน มีแต่จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากยิ่งขึ้นเท่านั้น


ขณะเดียวกัน ข้าหลวงยูเอ็นประณามการที่กองกำลังอิสราเอล (ไอดีเอฟ) “ใช้อาวุธหนักล้ำสมัย” ไม่ว่าจะเป็นเฮลิคอปเตอร์ติดตั้งระบบปล่อยขีปนาวุธ และการส่งอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) โจมตีเป้าหมาย จึงขอเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการดำเนินการรุนแรงดังกล่าว มิเช่นนั้นสถานการณ์อาจ “บานปลายจนเหนือการควบคุม”


ด้านรัฐบาลอิสราเอลและไอดีเอฟยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อคำวิจารณ์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงยูเอ็น อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ไอดีเอฟ “ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย” ภายในค่ายผู้ลี้ภัยที่เมืองเจนิน ทางเหนือของเขตเวสต์แบงก์ ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย นับเป็นภารกิจในเขตเวสต์แบงก์ ครั้งนองเลือดที่สุดของอิสราเอลในรอบ 2 ทศวรรษ


ขณะที่นับตั้งแต่ต้นปีนี้ มีรายงานประชาชนมากกว่า 200 ราย เสียชีวิตจากความรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งแน่นอนว่า ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดเป็นชาวปาเลสไตน์ นอกจากนั้นยังมีนักท่องเที่ยวชาวยูเครนและชาวอิตาลี ประเทศละหนึ่งราย เสียชีวิตจากความไม่สงบระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ในปีนี้ด้วย.

เครดิตภาพ : AFP