ถึงวันนี้…แม้จะยังไม่มีใครจำแนกและสรุปออกมาเป็นรูปเล่มออกมาว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ “ส.ส.” ผู้ทรงเกียรติ ชุดการเลือกตั้ง 14 พ.ค.66 มี ส.ส.ท่านใดป้ายแดง, ป้าย 2, ป้าย 3, ฯลฯ บ้าง หรือโฟกัสไปที่ ส.ส.ท่านใดโดดเด่น น่าจับตา ด้วยรูปโฉม บุคลิก มีแบ็คกราวด์อย่างไรบ้าง แต่หลังเข้ารับการรับรองเป็น “ส.ส.อย่างเต็มตัว” แล้ว ลำดับจากนี้ไป ส.ส.ทุกท่านก็คงจะไม่ต่างกับบุคคลสาธารณะ และเป็นที่สนใจของประชาชนว่า ในการทำหน้าที่ของท่านนั้น จะทำได้ดีขนาดไหน จะทำได้เหมือนคำพูดที่ใช้ในการหาเสียงหรือไม่เพียงใด จะเป็น ส.ส.โลกจำ หรือ ส.ส.โลกลืม ซึ่งคงจะต้องรอดูชมที่ผลงานกันต่อไป
แต่สำหรับ “บอล” พลากร พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 “ส.ส.ป้ายแดง” พรรคเพื่อไทย ดูเหมือนจะไม่ต้องกั๊กข้อมูลกันแล้ว เนื่องจากถูกจับตาจากสังคมคนกาฬสินธุ์เมืองน้ำดำ มาตั้งแต่ประกาศตัวลงสมัคร ส.อบจ.กาฬสินธุ์ ในปี 2555 ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ แจ้งเกิดในเวทีการเมืองท้องถิ่นระดับจังหวัดอย่างสวยงามถึง 2 สมัย

หากย้อนดูโปรไฟล์ของ “บอล” ส.ส.หนุ่มวัย 42 ปีคนนี้ จะเห็นว่าอยู่ภายใต้ชายคานักการเมืองมาตั้งแต่เยาว์วัย เริ่มจากคุณพ่อคือนายพจน์ พิมพะนิตย์ อดีตข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณแม่คือนางศิริพร พิมพะนิตย์ (สกุลเดิม ภูมิเหล่าแจ้ง) อยู่ในสายแม่พิมพ์ของชาติ (น้องสาวนายวิทยา ภูมิเหล่าแจ้ง เป็นอดีตนายอำเภอ และอดีต ส.ส. 5 สมัย และเป็นพี่สาวนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง อดีต ส.อบจ.กาฬสินธุ์, อดีตนายก ทต.ยางตลาด และ อดีต ส.ว.กาฬสินธุ์)
การเดินทางเข้าสู่ถนนการเมืองของ “บอล” จึงไม่ต่างกับ “เดินตามรอยผู้ใหญ่ได้เป็น ส.ส.” และเข้าตำรา “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น”
ส.ส.บอล บอกว่า ตนเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น หน้าที่จึงมีเพียงเรียนหนังสือ มีโอกาสก็ตามคุณลุง (นายวิทยา ภูมิเหล่าแจ้ง) และคุณน้า (นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง) ลงพื้นที่ช่วยเหลือบริการประชาชน ตามหน้าที่ของนักการเมือง ขณะที่เห็นความแตกต่างของกลุ่มคนทุกช่วงชั้นในสังคม ก็เคยคิดว่าทำไม สังคมทุกระดับมีความเหลื่อมล้ำ ต่ำ สูง เกิดช่องว่าง ข้าราชการทำตัวเหมือนนักปกครอง ขณะที่พี่น้องประชาชนเหมือนผู้อยู่ใต้การปกครอง ประชาชนส่วนใหญ่จึงเกรงกลัวข้าราชการ ขณะที่นักการเมืองท้องถิ่น หรือผู้นำชุมชน ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน จะเป็นที่พึ่งของประชาชนทุกเรื่อง สังเกตจากที่ได้เห็นการทำงานของญาติผู้ใหญ่ดังกล่าว จึงเกิดการซึมซับ ประทับใจ จึงมีมุมมองที่อยากจะเป็นนักการเมืองกับเขาบ้าง เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน
“หลังจากเรียนจบปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม แล้วมาทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย สาขา กาฬสินธุ์ 2 ปี รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวตนของผม จึงลาออกไปศึกษาต่อปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นไปเรียนภาษาเพิ่มเติมเพื่อหาประสบการณ์ ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอย สหรัฐอเมริกา 2 ปี ก่อนที่จะเดินทางกลับมากาฬสินธุ์บ้านเกิด ในปี 2555 ประจวบเหมาะพอดีกับจะมีการเลือกตั้ง ส.อบจ.กาฬสินธุ์ ได้รับคำแนะนำจากญาติผู้ใหญ่ ลองใช้ความรู้ ความสามารถ มาทำงานการเมืองดู จึงลงสมัคร ส.อบจ.กาฬสินธุ์ เขต 1 ผลปรากฏว่าชนะ สามารถเบียดเจ้าของตำแหน่งเดิมได้ และในการเลือกตั้ง ส.อบจ.ครั้งต่อมา ก็สามารถรักษาตำแหน่งได้อีก และยังได้รับโอกาสที่ดีปฏิบัติหน้าที่เป็นรองประธาน สภา อบจ.กาฬสินธุ์ อีกด้วย”

ส.ส.บอล เล่าว่า เป็น ส.อบจ.เขต อ.เมืองกาฬสินธุ์ 2 สมัย ได้มีส่วนร่วมกับภาคราชการ ภาคเอกชน ช่วยเหลือประชาชนและสังคม เห็นการพัฒนาในทิศทางที่ดีขึ้น ก็มีความสุข สบายใจในระดับหนึ่ง แต่สิทธิอำนาจในการทำงาน มีกรอบกำหนด หลายอย่างไม่สามารถทำได้ ติดเงื่อนไขข้อระเบียบ เมื่อมาคิดในอีกมุมหนึ่งหากเป็นนักการเมืองในระดับที่สูงขึ้น กรอบการทำงานก็จะกว้างขึ้น หรือบางอย่างก็สามารถบริหารจัดการได้เลย ดังนั้น เมื่อปี 64-65 เห็นทิศทางการเมืองระดับประเทศมีแนวโน้มที่จะเลือกตั้ง ส.ส. จึงได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมกับชุมชนในพื้นที่ อ.ยางตลาด และ อ.ฆ้องชัย ซึ่งเป็นแผ่นดินพ่อแผ่นดินแม่ และถูก กกต.กำหนดให้เป็นเขตเลือกตั้งที่ 2 ของ จ.กาฬสินธุ์ใน จำนวน 6 เขตเลือกตั้ง
“ผมใช้เวลาประมาณ 1 ปี ลงพื้นที่อย่างจริงจัง ได้พบปะจับเข่าคุย นั่งล้อมวงทานข้าวกับประชาชนทุกระดับใน 2 อำเภออย่างทั่วถึง 256 หมู่บ้าน พบเห็นปัญหาความเดือดร้อน ความต้องการของพี่น้องประชาชนแทบทุกซอกทุกมุม แต่ปัญหาหลายอย่างยังไม่ได้รับการแก้ไข ฝ่ายปกครอง ฝ่ายท้องถิ่น ก็มีข้อจำกัดในเรื่องกรอบการทำงานและงบประมาณ รู้เห็นปัญหาแต่แก้ไขไม่ได้ บางปัญหาโยนกันไปโยนกันมา หรือบางปัญหาได้แต่ยืนมองดู ขณะที่ประชาชนยังรอคอยความช่วยเหลือ ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น
ทุกคนอยากให้เห็นการพัฒนาเกิดขึ้น เช่น ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน คุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง คุณภาพการศึกษาทุกช่วงชั้น โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหายาเสพติด ปุ๋ยเคมีราคาแพง ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ปัญหายังค้างคาเรื้อรังอยู่อย่างนั้น สะสมมานานปี ซึ่งเหมือนจะไม่มีเจ้าภาพหลักในการจัดการ นี่ก็เป็นแรงผลักดันที่เปลี่ยนเป็นแรงดลใจ ให้ผมต้องตัดสินใจลาออกจาก ส.อบจ. มาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย เพราะคิดว่า ส.ส.ทำได้มากกว่าที่คิด”

ส.ส.บอล บอกถึงเรื่องโชคชะตาที่เหมือนกำหนดให้มีโอกาสได้เป็น ส.ส. ว่าพอดีคุณวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย สละพื้นที่ ส.ส.เขต ไปสมัครระบบบัญชีรายชื่อแทน ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยจึงให้โอกาส ตนก็ต้องขอกราบขอบคุณสำหรับการให้โอกาสดีๆ ในครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ เขต 2 ที่เลือกตนเข้ามาเป็นผู้แทนฯ เข้าไปเป็นปากเสียงแทนพวกท่านในสภา ตนจะทดแทนบุญคุณทุกท่านด้วยการทำหน้าที่ ส.ส.อย่างเต็มที่และดีที่สุด
สำหรับคู่แข่งคนสำคัญในสนามเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 14 พ.ค.66 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นการลงสมัครสนามใหญ่ระดับชาติครั้งแรกนั้น ส.ส.บอล เล่าว่าเป็นผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทย และพรรคก้าวไกล เพราะทำงานการเมืองมานานกว่า แต่จากการที่ตนทำการบ้านมาดี รู้ปัญหา รู้ความต้องการของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ปัญหาปุ๋ยแพง ปัญหาพันธุ์ลูกกุ้งแพง อาหารกุ้งแพง ข้าวราคาตกต่ำ การบริหารจัดการน้ำชลประทาน ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ทุกนโยบายสามารถทำได้ทันที ประชาชนตอบรับดีมาก ประกอบกับตนเป็นคนรุ่นใหม่ ใจถึง พึ่งได้ คำไหนคำนั้น ลงพื้นที่ทุกวัน จึงผูกมัดใจประชาชนได้ดี กระทั่งได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ช่วยกาคะแนนให้ตนได้เป็น ส.ส.ในครั้งนี้

“ถึงผมจะเป็น ส.ส.ป้ายแดง แต่ก็เป็นคนรุ่นใหม่ มีแนวความคิด มีอุดมการณ์ในการทำงานการเมืองแบบยุคใหม่ การแก้ไขปัญหาต้องฉับไว จึงพร้อมที่จะประสานการทำงานกับทุกฝ่าย และเปิดช่องทางรับฟังปัญหา ข้อร้องเรียน ความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนให้เจริญรุ่งเรืองกว่าที่ผ่านมา กาฬสินธุ์ต้องเดินหน้า ต้องได้รับการพัฒนาในทุกมิติ หากมีโอกาสร่วมคณะรัฐมนตรีหรือคณะทำงานฝ่ายรัฐบาล ก็อยากจะเข้าไปอยู่ในสัดส่วนของกระทรวงมหาดไทย เพราะมองเห็นว่ามีขอบเขตการทำงานที่กว้างขวาง เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน สามารถที่จะสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมไทย และนำความผาสุกมาสู่พี่น้องประชาชนได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง” บอล- พลากร พิมพะนิตย์ ส.ส.ป้ายแดง กาฬสินธุ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวสรุปถึงความมุ่งมั่นในการเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนในฐานะผู้แทนราษฎร.
———————-
เสี่ยวหลงเปา



