เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาลนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการโหวตนายกรัฐมนตรีในเรื่องของญัตติถ้า เลือกไม่ได้จะต้องตีตกไป โดยไม่สามารถนำญัตติเดิมขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ ว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาข้อที่ 41 และข้อที่ 151 ระบุไว้ว่า ถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้นจะต้องทำอย่างไร ก็ไปว่ากันเองในส่วนของสภา ซึ่งพรรคการเมืองก็จะต้องได้ข้อสรุป

เมื่อถามว่าถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงเนื่องจากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย มีหลายคนมองหรือไม่ว่าทำไมถึงมาพิจารณาในช่วงนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการ ซึ่งไม่มีขั้นตอนแล้วแต่ศาล ศาลอาจจะสั่งรับ เพราะเคยมีคดีที่ศาลสั่งรับ โดยที่ประชุมของศาลเอง หรือศาลอาจจะสั่งรับหรือไม่รับ โดยมีคณะทำงานไปดูก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนจะว่าอย่างไร แล้วแต่ความเร่งด่วนของเรื่องด้วย 

เมื่อถามอีกว่าในวันที่ 13 ก.ค. จะสามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้ง 2 ทางทางที่ 1.จบลงที่เริ่มโหวตนายกฯ ในเวลา 17.00 น. เพราะจะต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องขานชื่อทีละคนจนครบ 750 คน 2. เลื่อนการโหวตออกไป

เมื่อถามด้วยว่าหากเลื่อนการโหวตนายกฯ ออกไป จะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลและภาคเศรษฐกิจหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าช้ามากมันก็ไม่ดี แต่ถ้าช้านิดช้าหน่อย ก็พอเป็นไปได้.