เมื่อวันที่ 18 ก.ค. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในพื้นที่เขตบางคอแหลม โดยมีนางวาสนา บูรณกิตติโสภณ ผอ.เขตบางคอแหลม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบางคอแหลม สำนักสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูลประกอบด้วย  ตรวจเยี่ยมการคัดแยกขยะภายในอาคารสำนักงานเขตบางคอแหลม ซึ่งมีข้าราชการและบุคลากร 249 คน วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะรีไซเคิล 2.ขยะอินทรีย์ 3.ขยะอันตราย 4.ขยะทั่วไป

สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 980 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 840 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 84 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 56 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตรายก่อนคัดแยก 5 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 5 กิโลกรัม/เดือน โดยรองผู้เว่าฯกทม.ได้มอบหมายให้เขตพิจารณาปรับขนาดรถเก็บขนมูลฝอย ให้เหมาะสมกับพื้นที่และปริมาณขยะ รวมถึงเพิ่มจำนวนเที่ยวในการจัดเก็บขยะเป็น 2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขยะตกค้าง

จากนั้นคณะได้ติดตามการให้บริการประชาชนของฝ่ายทะเบียน ภายในศูนย์บริหารราชการ ฉับไวใสสะอาด (Bangkok Fast & Clear : BFC) เขตบางคอแหลม โดยสอบถามถึงระยะเวลาในการให้บริการประชาชนที่มาติดต่องานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน ตั้งแต่กดรับบัตรคิวจนเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมด ซึ่งควรใช้ระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชาชนที่มารับบริการในแต่ละวันและต้องไม่รวมเวลารอคอย พร้อมทั้งให้คำแนะนำและแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มารับการบริการ

จากนั้นได้ติดตามการใช้งานระบบสารสนเทศภาษีท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร (BMA-TAX) ในการจัดเก็บรายได้ การบันทึกข้อมูลรายการภาษี การค้นหาและแก้ไขข้อมูลผู้เสียภาษี ทั้งนี้ เขตมีที่ดิน 19,866 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 32,195 แห่ง ห้องชุด 8,218 ห้อง สรุปผลการสำรวจภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งสิ้น 60,279 รายการ สำรวจครบทั้งหมดแล้ว

ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการของภาคเอกชนรายหนึ่ง บริเวณถนนจันทน์ ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัย ค.ส.ล. ความสูง 21 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ.2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

นอกจากนี้ เขตได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทสถานประกอบการ/โรงงาน 14 แห่ง ประเภทแพลนท์ปูน 2 แห่ง ประเภทสถานที่ก่อสร้าง 4 แห่ง ประเภทตรวจวัดควันดำอู่รถสาธารณะ 2 แห่ง พร้อมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ร่วมกันลดมลพิษทางอากาศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ห้างสรรพสินค้าย่านพระรามที่ 3 พื้นที่ 139,970 ตร.ม. มีบุคลากรและเจ้าหน้าที่ 40 คน พนักงานประจำร้านค้า 400 คน จำนวนประชาชนที่มาใช้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ 15,000 คน วันเสาร์-วันอาทิตย์ 22,000 คน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะและกิจกรรมไม่เทรวม ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 โดยสำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 15,100 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 10,000 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 1,500 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 3,600 กิโลกรัม/เดือน

พัฒนาสวน 15 นาที สวนหย่อมแท่นศิลาฤกษ์ (สวนเชิงสะพานพระรามที่ 3) ซึ่งเขตมีสวน 15 นาที จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สวนหย่อมแท่นศิลาฤกษ์ ถนนพระรามที่ 3 พื้นที่ 2 งาน 50 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรุงเทพมหานคร เขตเป็นผู้รับผิดชอบและบำรุงรักษา โดยดำเนินการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกไม้พุ่ม จัดทำทางเดิน และวาดภาพ 3 มิติ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ,สวนหย่อมใต้สะพานพระราม 3 พื้นที่ 3 ไร่ 1 งาน 89 ตารางวา ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนมไหสวรรย์ กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท โดยมอบเขตเป็นผู้รับผิดชอบและบำรุงรักษา ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกันยายน 2566 และสวนหย่อมซอยมาตานุสรณ์ ถนนมไหสวรรย์ พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 45 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท โดยมอบให้เขตเป็นผู้รับผิดชอบและบำรุงรักษา ปัจจุบันผ่านการพิจารณาแบบแล้ว อยู่ระหว่างการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมให้คำปรึกษา.