เมื่อวันที่19  ก.ค.66 ตามเวลาท้องถิ่นราชอาณาจักรสวีเดน นางชญาดา วิภัตภูมิประเทศ รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง ในฐานะผู้แทนสภากรุงเทพมหานคร นำคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเข้าเยี่ยมคาราวะ นายเล็นนัท รอสวิล (Lennart Taswill) นายกเทศมนตรีเมืองรากุนด้า ราชอาณาจักรสวีเดน เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความร่วมมือสภาบ้านพี่เมืองน้อง ในประเด็นเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุในสวีเดน โดยมี  นางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูตไทย ประจำราชอาณาจักรสวีเดน ร่วมรับฟังด้วย

เนื่องด้วยเมืองรากุนด้ากำลังประสบปัญหาสังคมผู้สูงอายุ โดยมีจำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 80 ปี มากกว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่ ประกอบกับพบปัญหาการขาดแคลนบุคลากรผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องโดยตรง ที่ผ่านมารัฐบาลของสวีเดนจึงได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเฉพาะในด้านการพยาบาลและการดูแลผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก

โอกาสนี้ คณะส.ก.ได้ให้ความสนใจและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนนักเรียนไทยในรากุนด้า และสวัสดิการที่ผู้ที่ทำงานในสวีเดนจะได้รับ โดยผู้บริหารเมืองรากุนด้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันผู้ที่ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลจะได้รับเงินเดือนประมาณ 23,000 โครนา แต่ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐ 33-35 % ขึ้นกับเมืองที่ตั้ง ซึ่งผู้ที่ทำงานจะได้รับสวัสดิการเบื้องต้น อาทิ การศึกษาและการสาธารณสุข โดยได้รับรักษาพยาบาลฟรีทั้งครอบครัว ทั้งนี้ผู้ที่ทำงานต้องได้รับวีซ่าถูกต้อง ซึ่งแรงงานชาวไทยเป็นที่ต้องการของเมืองเป็นอย่างมาก

ด้านนางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง ในฐานะประธานคณะกรรมการการสาธารณสุข สภากรุงเทพมหานคร ได้สอบถามความเป็นไปได้ของนักเรียนที่ได้รับประกาศนียบัตรจากประเทศไทยและสนใจจะมาทำงานที่สวีเดน  เนื่องจากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชของกรุงเทพมหานคร มีหลักสูตรสำหรับการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ซึ่งคณะเมืองรากุนด้าได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่จบการอบรมหลักสูตรจากประเทศไทยจำเป็นต้องผ่านมาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขของสวีเดนกำหนดด้วย อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญคือเรื่องภาษาเนื่องจากผู้สูงอายุชาวสวีเดนส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้

“ด้วยข้อจำกัดในหลายๆ ด้านขณะนี้ ถึงแม้จะนักเรียนไทยจะผ่านหลักสูตรการอบรม แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงแรงงานไทยของไทยในเรื่องอื่นๆด้วย จึงจำเป็นจะต้องคิดให้รอบคอบและกว้างมากขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องระดับชาติในฐานะประธานฯ จึงขอเชิญคณะฯจากเมืองรากุนด้าเดินทางไปเยี่ยมชมหลักสูตรการฝึกอบรมในเมืองไทย เพื่อเชื่อมโยงและแก้ปัญหาแรงงานในสวีเดนให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น” นางกนกนุช กล่าว

 ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสภากรุงเทพมหานคร ได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์สภาบ้านพี่เมืองน้อง กับสภาเทศบาลรากุนดาแห่งราชอาณาจักรสวีเดน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2542 เพื่อแลกเปลี่ยนและให้ความร่วมมือฉันท์บ้านพี่เมืองน้องในด้านสังคม วัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนระหว่างองค์กรเอกชนและกลุ่มประชาชนหรือสมาคมจากทั้งสองเมือง

จากนั้น ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2553  กรุงเทพมหานครได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปทำงาน ณ ราชอาณาจักรสวีเดน ร่วมกับกระทรวงแรงงาน โดยบันทึกข้อตกลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินโครงการนำร่องจัดส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปทำงาน ณ ราชอาณาจักรสวีเดน ภายใต้กรอบภารกิจของหน่วยงาน  ดังนี้

1.กรุงเทพมหานคร ประสานงานกับนายจ้างที่ราชอาณาจักรสวีเดน เพื่อให้นายจ้างแจ้งความประสงค์การจ้างงาน และมอบอำนาจให้กระทรวงแรงงานจัดหาลูกจ้างให้ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย 2.กรุงเทพมหานคร จัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมด้านภาษาหรือทักษะอืานที่จำเป็นในการทำงานแก่ผู้ประสงค์จะไปทำงานดูแลผู้สูงอายุ

และ3.กระทรวงแรงงาน อำนวยความสะดวกในการตรวจสุขภาพ จัดทำหนังสือเดินทาง รวมถึงเอกสารการอนุญาตให้เดินทางเข้าไปทำงานในราชอาณาจักรสวีเดน (วีซ่า) หรือเอกสารอื่นๆ ให้กับผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการทดสอบและคัดเลือกจากนายจ้าง โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจัดทำเอกสารดังกล่าว.