สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า ผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ทั้ง 350 ที่นั่ง ปรากฏว่า พรรคประชาชน (พีพี) ได้รับการเลือกตั้ง 136 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคสังคมนิยมของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำคนปัจจุบัน 122 ที่นั่ง พรรคว็อกซ์ ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด 33 ที่นั่ง และพรรคซูมาร์ ซึ่งเป็นพรรคซ้ายจัด 31 ที่นั่ง
▶️ Spain elections: 95% of the vote in, no party wins outright majority to form govt https://t.co/4hsaHDUjvw pic.twitter.com/voUWBB0c3d
— FRANCE 24 English (@France24_en) July 23, 2023
ทั้งนี้ การที่ไม่มีพรรคการเมืองใดได้รับการเลือกตั้งเข้ามาถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ของการครองเสียงข้างมากในสภา คืออย่างน้อย 176 ที่นั่ง เท่ากับว่า สเปนต้องเผชิญกับภาวะสภาแขวน ขณะที่ผู้สันทัดกรณีมองว่า การที่กลุ่มพรรคฝ่ายขวาคือพรรคพีพีและพรรคว็อกซ์ ต่างทำผลงานได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ยังเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองฝ่ายซ้าย นำโดยพรรคสังคมนิยม จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจาก “มีทางเลือกมากกว่า” ในการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล

สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปของสเปนครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังการประกาศยุบสภา เมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยสาเหตุของการยุบสภานั้น ซานเชซให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมา ว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลการเลือกตั้งระดับเทศบาลและระดับภูมิภาค ซึ่งพรรคสังคมนิยมที่เป็นแกนนำรัฐบาล และพันธมิตร คือพรรคโปเดมอส ทำผลงานได้ไม่ดีนัก ตรงข้ามกับพรรคแกนนำฝ่ายค้าน คือพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา และพรรคว็อกซ์ ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด “กลับทำผลงานได้ดีเกินความคาดหมาย”

ปัจจุบัน ซานเชซวัย 51 ปี ดำรงตำแหน่งผู้นำสเปนสมัยแรก ระหว่างปี 2557-2559 และหลังชนะการเลือกตั้งทั่วไป แล้วขึ้นสู่อำนาจเป็นสมัยที่สอง เมื่อปี 2561 เจ้าตัวประกาศเป้าหมาย จะอยู่ให้ครบวาระ ซึ่งหมายความว่า การเลือกตั้งทั่วไปตามกำหนด ควรเกิดขึ้นในเดือน ธ.ค. ปีนี้ กระนั้น ผู้นำสเปนกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งระดับเทศบาลและระดับภูมิภาคที่ออกมา ทำให้พรรค “ต้องประเมินสถานการณ์อย่างละเอียดรอบคอบ”
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง รัฐบาลฝ่ายซ้ายของซานเชซ เผชิญกับอุปสรรคนานัปการ รวมถึงการที่ประชาชน “เหนื่อยหน่าย” กับนโยบายของรัฐบาล อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูง และอำนาจการซื้อของรัฐบาลซึ่งกลับลดลง จนหลายฝ่ายมองว่า ไม่สมกับเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยูโรโซน แม้สเปนรับหน้าที่ประธานหมุนเวียนช่วงครึ่งปีหลังของสหภาพยุโรป (อียู) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



