ดร.จิรพร วิทยศักดิ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 8 สสส. กล่าวว่า พลเมืองที่เท่าทันสื่อ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิด “เมืองสุขภาวะ” การมีทักษะเท่าทันสื่อ เมื่อรับรู้ข้อมูล จะเกิดกระบวนการคิด นำมาคิดวิเคราะห์ และเข้าใจจนสามารถสร้างสื่อเองได้ ซึ่งทักษะนี้จะทำให้เกิดพลเมืองของสังคม ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่พลเมืองที่ต่างคนต่างอยู่

“ถ้าเราสามารถสร้างพลเมืองที่ไม่ใช่แค่มีทักษะ แต่มีความพร้อมที่ร่วมออกแบบชุมชนให้กลายเป็นพลเมืองสำหรับทุกคนได้ มีความใส่ใจคนข้างๆ ใส่ใจคนที่เสียเปรียบ ใส่ใจคนที่มีความเหลือมล้ำ เมืองจะน่าอยู่มากขึ้น”

พื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ส่วนใหญ่ยังคงใช้ วิทยุชุมชน เพื่อทราบข่าวสารทางสังคม สืบเนื่องจากคนส่วนใหญ่เป็นวัยผู้สูงอายุ สถานีวิทยุเสียงใสเรดิโอ FM100.75 จึงเป็นสื่อหลักประจำของจังหวัดน่าน ที่นำเรื่องราวทางสุขภาพมานำเสนอให้ผู้สูงวัยได้รับฟัง เช่น การแนะนำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หรือการชวนให้คนชุมชนตระหนักถึงการออกกำลังกาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการรวมตัวคนทำงานของนักสื่อเสียง เกิดเป็น ”โครงการพลังเครือข่ายนักสื่อเสียงเพื่อขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ”

นางสาวจันทิมา ตรีเลิศ ผู้รับผิดชอบโครงการพลังเครือข่ายนักสื่อเสียงเพื่อขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ กล่าวว่า ภารกิจหลักของนักสื่อเสียงสุขภาวะในโครงการ คือการจัดรายการวิทยุ ขั้นต่อมาคือการรับสื่อเสียงของโครงการไปเผยแพร่ในชุมชนต่อ ชักชวนผู้ฟังมาเป็นตัวแทนส่งต่อข้อมูลสุขภาพ เรียกว่าอาสาสมัครคนไทยหัวใจฟู เป็นการดำเนินงานตามโมเดล 3o2p ได้แก่ 1. On-Air การจัดรายการวิทยุ 2. Online นำออนไลน์มาปรับใช้ในการสร้างเครือข่ายอาสาสมัคร 3. On-Ground จัดกระบวนการเรียนรู้ให้อาสาสมัครเพื่อส่งต่อความรู้ให้ชุมชน 2p คือ Participation และ Partnership ในการมีส่วนร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานในจังหวัด

อีกหนึ่งพื้นที่ความสำเร็จในการพัฒนาพลเมืองให้รู้เท่าทันสื่อของจ.น่าน คือโครงการ “สามาเณรน่านร่วมออกแบบเมืองสำหรับทุกคน” จากสามเณร 180 รูป ใน 3 โรงเรียนปริยัติธรรม ได้แก่ 1.โรงเรียนเชียงกลางปริยัติศึกษา 2.โรงเรียนวัดดอนมงคลสันติสุขวิทยา 3.โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดนิโครธาราม ในการเป็นนักสื่อสารสุขภาวะ นำสื่อเทคโนโลยีมาออกแบบกิจกรรมและสื่อสารผ่านวิถีวัฒนธรรมชุมชน ที่มีความเข้าใจและเห็นคุณค่าของอัตลักษณ์ที่หลากหลายของชุมชน

นางสาวเข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน(สสย.) กล่าวว่า แนวคิดของ “เมืองสำหรับทุกคน” คือทุกคนมีส่วนร่วมที่จะอยู่ในเมือง ที่มีความสุขปลอดภัย ให้เมืองมีความหลากหลาย จึงนำร่องโรงเรียนปริยัติธรรมที่มีเยาวชนและสามเณรขาดโอกาสทางการศึกษาหลายปัจจัยเข้ามามีส่วนร่วม ให้เข้าไปสำรวจชุมชนในการรับรู้ปัญหาของพื้นที่ เช่นพัฒนากิจกรรม “หนองบัว-เมืองล้า แบรนด์ By สามเณร” จากโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดนิโครธาราม อ.ท่าวังผา ได้ร่วมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ออกแบบตราสัญลักษณ์บนผลิตภัณฑ์จากไทลื้อเมืองล้า เช่น คราฟโซดา(ลื้อซ่า) การทอผ้า ฯลฯ ในการสร้างเศรษฐกิจให้ชุมชน

“ยินดีจั๊ดนัก รวมพลังสานสุข” ได้สะท้อนเห็นชุมชมที่เข้มแข็ง ในการสร้างโอกาสและทางเลือกให้คนในแต่ละพื้นที่ได้เข้าถึงสื่อ องค์ความรู้ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้ออกแบบกิจกรรมให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม และช่วยทลายความเลื่อมล้ำของคนในชุมชน