สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่า สภาธัญพืชระหว่างประเทศ (ไอจีซี) ซึ่งมีทั้งประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ คาดการณ์ว่า ผลผลิตของธัญพืชต่าง ๆ ยกเว้นข้าว จะอยู่ที่ 2,300 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าการเก็บเกี่ยวในฤดูกาลช่วงปี 2564-2565 เล็กน้อย
การผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสูงกว่าเดิม 5.5% เป็น 1,200 ล้านตัน อันเป็นผลมาจากสหรัฐ มีพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น และการเก็บเกี่ยวที่สูงเป็นประวัติการณ์ในบราซิล ตลอดจนความต้องการข้าวโพดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากการบริโภคมากถึง 30 ล้านตัน ในปีที่ผ่านมา โดยมันถูกนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์เป็นหลัก
อีกด้านหนึ่ง ไอจีซีคาดการณ์ว่า การผลิตข้าว ซึ่งเป็นธัญพืชยอดนิยมของผู้คน จะเพิ่มขึ้น 2.5% เป็น 527 ล้านตัน แต่การเก็บเกี่ยวข้าวสาลี คาดว่าจะอยู่ที่ 784 ล้านตัน ซึ่งถือว่าคงที่ เมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และลดลง 2.4% จากปีที่แล้ว เนื่องจากรัสเซียกับออสเตรเลีย สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตจำนวนมากเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ดี แรงกดดันต่อข้าวสาลีเกิดจากการคาดการณ์การบริโภค ซึ่งมากกว่าการผลิต 20 ล้านตัน อีกทั้งตลาดข้าวสาลีก็เผชิญกับแรงกดดันจากระดับสต๊อกด้วย โดยรายงานประจำเดือนฉบับล่าสุดของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (ยูเอสดีเอ) ระบุว่า สต๊อกข้าวสาลีของผู้ส่งออกรายใหญ่ มีอยู่ที่ราว 55 ล้านตัน ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี และผลผลิตไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ มันยังมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิต เช่นเดียวกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยสถานการณ์ในยูเครน กำลังสร้างความกังวลในประเทศผู้นำเข้าธัญพืช จนทำให้รู้สึกว่ามีความจำเป็นในการสะสมสต๊อก
ในเอเชีย บรรดานักวิเคราะห์กำลังจับตาดูปรากฏการณ์เอลนีโญ แม้ขณะนี้ยังไม่มีการคาดการณ์ว่า มันจะมีผลกระทบอย่างมากต่อข้าว แต่อินเดีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับต้น ๆ ของโลก กลับห้ามการส่งออกข้าวขาวที่ไม่ใช่ข้าวบาสมาติ โดยกระทรวงกิจการผู้บริโภคและอาหารของอินเดีย ให้เหตุผลว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น เพื่อ “รับประกันความเพียงพอ” และคลายกังวลเกี่ยวกับราคาที่เพิ่มขึ้นต่อตลาดภายในประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP



