สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-แอฟริกา ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์เสเบิร์ก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการแสดงความมุ่งมั่นร่วมกัน ระหว่างรัสเซียกับแอฟริกา ในการเผชิญหน้ากับ “ลัทธิอาณานิคมแนวใหม่” ซึ่งใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว และพยายามบ่อนทำลายคุณค่าทางจริยธรรมของแต่ละประเทศ


ทั้งนี้ ผู้แทนจาก 49 ประเทศในแอฟริกา จากจำนวนดังกล่าว 17 ประเทศ คือผู้นำซึ่งเข้าร่วมด้วยตัวเอง ขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวว่า รัสเซียจะเดินหน้ายกระดับความสนับสนุนด้านธัญพืชให้แก่กลุ่มประเทศในภูมิภาคแห่งนี้ต่อไป ทั้งโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และให้ราคาพิเศษ

นอกจากนั้น ผู้นำรัสเซียยังเรียกร้องการยกระดับความร่วมมือด้านพลังงานและการค้ากับแอฟริกา ที่รวมถึงการใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพื่อการทำธุรกรรม และเปิดเผยสถิติการยกหนี้ให้แก่ภูมิภาคแห่งนี้ ไปแล้วมากกว่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 780,252 ล้านบาท)

บรรยากาศการประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-แอฟริกา ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก


ขณะที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ปูตินกล่าวว่า การมอบความสนับสนุนด้านธัญพืช “เป็นเรื่องซึ่งรัฐบาลมอสโกสามารถทดแทนยูเครนได้” โดยภายในระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รัสเซียจะสามารถส่งออกธัญพืชประมาณ 25,000-50,000 ตัน ให้แก่ “กลุ่มประเทศยากจนที่สุด” ได้แก่ บูร์กินาฟาโซ ซิมบับเว มาลี โซมาเลีย สาธารณรัฐแอฟริกากลาง (ซีเออาร์) และเอริเทรีย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และจะมีการหารือเพิ่มเติมกับแต่ละประเทศอีกครั้ง


การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้น หลังรัฐบาลมอสโกประกาศเมื่อกลางเดือนนี้ ถอนตัวออกจากข้อตกลงลำเลียงธัญพืชออกจากทะเลดำ ที่เป็นความร่วมมือกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยูเครน และตุรกี โดยทุกฝ่ายลงนามร่วมกันในข้อตกลงเป็นครั้งแรก เมื่อเดือน ก.ค. 2565 และมีการต่ออายุเป็นระยะ ครั้งล่าสุดคือเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ครอบคลุมระยะเวลา 2 เดือน.