สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-แอฟริกา ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์เสเบิร์ก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการแสดงความมุ่งมั่นร่วมกัน ระหว่างรัสเซียกับแอฟริกา ในการเผชิญหน้ากับ “ลัทธิอาณานิคมแนวใหม่” ซึ่งใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว และพยายามบ่อนทำลายคุณค่าทางจริยธรรมของแต่ละประเทศ
The ‘Remaining hotbed of tensions in Africa is the heritage of colonial divide and conquer policy by the West,’ Putin said during the plenary session of the Russia-Africa summit. He also stated that ‘it’s time to mend historical injustice towards the African continent.’ pic.twitter.com/HUTXqJqooI
— RT (@RT_com) July 29, 2023
ทั้งนี้ ผู้แทนจาก 49 ประเทศในแอฟริกา จากจำนวนดังกล่าว 17 ประเทศ คือผู้นำซึ่งเข้าร่วมด้วยตัวเอง ขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวว่า รัสเซียจะเดินหน้ายกระดับความสนับสนุนด้านธัญพืชให้แก่กลุ่มประเทศในภูมิภาคแห่งนี้ต่อไป ทั้งโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และให้ราคาพิเศษ
นอกจากนั้น ผู้นำรัสเซียยังเรียกร้องการยกระดับความร่วมมือด้านพลังงานและการค้ากับแอฟริกา ที่รวมถึงการใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพื่อการทำธุรกรรม และเปิดเผยสถิติการยกหนี้ให้แก่ภูมิภาคแห่งนี้ ไปแล้วมากกว่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 780,252 ล้านบาท)

ขณะที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ปูตินกล่าวว่า การมอบความสนับสนุนด้านธัญพืช “เป็นเรื่องซึ่งรัฐบาลมอสโกสามารถทดแทนยูเครนได้” โดยภายในระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รัสเซียจะสามารถส่งออกธัญพืชประมาณ 25,000-50,000 ตัน ให้แก่ “กลุ่มประเทศยากจนที่สุด” ได้แก่ บูร์กินาฟาโซ ซิมบับเว มาลี โซมาเลีย สาธารณรัฐแอฟริกากลาง (ซีเออาร์) และเอริเทรีย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และจะมีการหารือเพิ่มเติมกับแต่ละประเทศอีกครั้ง
การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้น หลังรัฐบาลมอสโกประกาศเมื่อกลางเดือนนี้ ถอนตัวออกจากข้อตกลงลำเลียงธัญพืชออกจากทะเลดำ ที่เป็นความร่วมมือกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยูเครน และตุรกี โดยทุกฝ่ายลงนามร่วมกันในข้อตกลงเป็นครั้งแรก เมื่อเดือน ก.ค. 2565 และมีการต่ออายุเป็นระยะ ครั้งล่าสุดคือเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ครอบคลุมระยะเวลา 2 เดือน.



