สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองบันดาอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่า จังหวัดอาเจะห์ ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือสุดของเกาะสุมาตรา เป็นเพียงจังหวัดเดียวในอินโดนีเซีย ที่บังคับใช้กฎหมายชารีอะห์
ทางการของจังหวัดอาเจะห์ ออกหนังสือเวียน เพื่อแจ้งให้ข้าราชการและประชาชนทราบว่า ผู้ชายกับผู้หญิงที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางครอบครัว ต้องไม่รวมตัวในสถานที่สาธารณะ, สถานที่ปราศจากผู้คน และในยานพาหนะ
ขณะที่ นายมูฮัมหมัด เอ็มทีเอ โฆษกรัฐบาลจังหวัดอาเจะห์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า การประกาศดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะ “สร้างคนรุ่นหนึ่งที่ยึดมั่นในค่านิยมอิสลามอย่างซื่อสัตย์ ในชีวิตประจำวันของพวกเขา” ภายในปี 2588 ซึ่งเป็นช่วงครบรอบ 100 ปี การประกาศเอกราชของอินโดนีเซีย
Aceh, located on the northern tip of Sumatra island, is the only province in the world's most populous Muslim-majority country that imposes Islamic law. https://t.co/wIINbUXLyG
— TODAY (@TODAYonline) August 10, 2023
“ชาวอาเจะห์จะไม่เพียงสามารถแข่งขันในระดับโลกเท่านั้น แต่พวกเขายังสามารถรักษาศาสนาอิสลาม ซึ่งรวมเข้ากับขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และชีวิตประจำวันของชาวอาเจะห์” มูฮัมหมัด กล่าวเพิ่มเติมว่า คำสั่งใหม่ข้างต้นเป็นความเคลื่อนไหว “เชิงป้องกัน” ของรัฐบาลท้องถิ่น ภายหลังการปรึกษากับอิหม่าม ทว่ายังไม่มีความชัดเจนถึงผลที่ตามมาจากการฝ่าฝืนคำสั่งนี้
อนึ่ง จังหวัดอาเจะห์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของชาวมุสลิมในอินโดนีเซีย มีสิทธิใช้กฎหมายชารีอะห์ ภายใต้อำนาจการปกครองตนเองที่ได้รับจากรัฐบาลจาการ์ตา เมื่อปี 2544 ตามส่วนหนึ่งของความพยายาม ในการระงับความขุ่นเคืองเรื่องการแบ่งแยกดินแดน
แม้อินโดนีเซียยอมรับศาสนาหลัก 6 ศาสนา อย่างกว้างขวางมากขึ้น และรับรองศาสนาอิสลามรูปแบบอื่น แต่ศาสนาอิสลามแบบอนุรักษนิยมได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในประเทศ นับตั้งแต่การล่มสลายของระบอบเผด็จการยุคประธานาธิบดีซูฮาร์โต ช่วงปลายทศวรรษที่ 1990.
เครดิตภาพ : AFP



