สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า กลุ่มตาลีบันเผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เนื่องในวาระครบรอบ 2 ปี การหวนกลับคืนสู่อำนาจการปกครองในอัฟกานิสถาน นับตั้งแต่กองทัพสหรัฐถอนทหารเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2564 ว่า “ชัยชนะดังกล่าวคือการปูทางสู่การสถาปนาระบบอิสลามในอัฟกานิสถาน”


ขณะเดียวกัน “ชัยชนะ” ของกลุ่มตาลีบัน ที่มีเหนือสหรัฐ ในการยึดกรุงคาบูลกลับคืน เมื่อสองปีที่แล้ว คือข้อพิสูจน์ชัดแจ้งอีกครั้ง ว่า “ไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมอัฟกานิสถานได้” และ “ผู้รุกรานไม่สามารถข่มขู่คุกคามอิสรภาพ และเสรีภาพ” ของประเทศแห่งนี้

หญิงชาวอัฟกันสวมชุดบูร์กา เดินสวนกับนักรบตาลีบัน บนถนนสายหนึ่ง ในกรุงคาบูล


อีกด้านหนึ่ง นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจะเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการให้กลุ่มตาลีบันยึดมั่นตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสตรีและเด็กหญิง ตราบใดที่สิทธิและเสรีภาพของประชาชนกลุ่มนี้ ยังคงถูกกดขี่ “ความสัมพันธ์แบบปกติ” ระหว่างกลุ่มตาลีบันกับประชาคมโลก “ยากที่จะเกิดขึ้นได้”


ทั้งนี้ การถอนทหารของสหรัฐออกจากอัฟกานิสถาน เป็นการปิดฉากสงคราม 20 ปี ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ซึ่งเริ่มในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช ต่อเนื่องจนถึงยุคประธานาธิบดีบารัค โอบามา ตามด้วยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน

ขณะที่ทรัมป์และไบเดนยังคงกล่าวโทษกันไปมา ว่าอีกฝ่าย “ผิดพลาดมากกว่า” ทำให้การถอนทหารชุดสุดท้าย ก่อนกลุ่มตาลีบันประชิดกรุงคาบูล เป็นไปด้วยความวุ่นวาย.

เครดิตภาพ : AFP