สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า เอฟไอดีเอ กล่าวในแถลงการณ์ว่า สำหรับกรณีของการแปลงเพศจากชายเป็นหญิง ผู้เล่นคนดังกล่าวจะไม่มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันของผู้หญิง จนกว่าองค์กรจะมีการตัดสินใจใหม่ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า กฎใหม่ข้างต้นจะมีผล “ภายใน 2 ปี”

อย่างไรก็ตาม เอฟไอดีอี เน้นย้ำว่า ผู้เล่นข้ามเพศ ยังคงสามารถแข่งขันในทัวร์นาเมนต์แบบเปิดได้ตามปกติ โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ขณะที่กฎชั่วคราวระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่มีผลกับชายข้ามเพศที่เข้าร่วมการแข่งขันประเภทชาย แต่พวกเขาจะถูกถอดชื่อออกจากการแข่งขันสำหรับผู้หญิง ที่พวกเขาเคยชนะก่อนการแปลงเพศ

ทั้งนี้ เอฟไอดีอี กล่าวเพิ่มเติมว่า การแปลงเพศมีผลกระทบอย่างมากต่อสถานะของผู้เล่น และสิทธิการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ในอนาคต โดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลของการตัดสินใจนี้

กระนั้น การประกาศดังกล่าวเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เล่นข้ามเพศจำนวนมาก

“ฉันไม่คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ และฉันไม่คิดว่า ช่วงเวลาหลายปีก่อนการแปลงเพศของฉัน ทำให้ฉันได้เปรียบในเกมหมากรุกโดยธรรมชาติ” น.ส.อนา วาเลนส์ ผู้เล่นหมากรุก และนักข่าวข้ามเพศ ระบุในบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ “เดอะ แมรี ซู”

ในโลกของกีฬา นอกเหนือจากวงการหมากรุกแล้ว สหพันธ์จักรยานสากล (ยูซีไอ), กรีฑาโลก และสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ (ฟีน่า) ต่างดำเนินการแยกนักกีฬาข้ามเพศ ออกจากการแข่งขันของผู้หญิงเช่นกัน.

เครดิตภาพ : AFP