สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปานามาซิตี ประเทศปานามา เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ว่าสำนักบริหารคลองปานามา ( เอซีพี ) ออกแถลงการณ์ว่า จะยังคงบังคับใช้มาตรการจำกัดจำนวนรายวัน และขนาดของเรือบรรทุกสินค้าที่ต้องการผ่านคลองปานามา ต่ออีกอย่างน้อย 1 ปี หากไม่มีฝนตกหนัก ภายในระยะเวลาอีก 3 เดือนข้างหน้า


ทั้งนี้ ภาวะขาดแคลนน้ำฝนเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของเรือบรรทุกสินค้าในการผ่านประตูกั้นน้ำ ส่งผลให้ต้องมีการใช้น้ำจืดจากทะเลสาบ 2 แห่ง ที่มีการขุดขึ้นเพื่อรองรับน้ำฝน เพื่อช่วยผลักดันเรือ โดยเรือลำหนึ่งต้องอาศัยปริมาณน้ำมากถึง 200 ล้านลิตร สร้างความกังวลให้กับทุกฝ่าย เนื่องจากทะเลสาบทั้งสองแห่ง คือแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่สำคัญ ของชาวปานามาครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดราว 4.2 ล้านคน

เรือบรรทุกสินค้าจำนวนมาก ลอยลำอยู่บริเวณอ่าวปานามา ใกล้กับกรุงปานามาซิตี ประเทศปานามา เพื่อรอผ่านคลองปานามา 23 ส.ค. 2566


ขณะเดียวกัน เอซีพีจะยังคงจำกัดอัตรากินน้ำลึกสูงสุดของเรือ ต้องอยู่ที่ไม่เกิน 13.11 เมตร ปัจจุบัน จำนวนเรือบรรทุกสินค้าเดินทางผ่านคลองปานามา มีจำนวนเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 32 ลำ ลดลงจากสถิติเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ประมาณวันละ 40 ลำต่อวัน


อย่างไรก็ตาม มาตรการซึ่งมีผลมานานระยะหนึ่งแล้ว ส่งผลให้การจราจรบริเวณคลองปานามา ที่เป็นคลองเดินเรือสมุทรซึ่งมีความยาวประมาณ 82 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติก และเป็นเส้นทางผ่านของเรือบรรทุกสินค้า 6% ของโลก ประสบกับภาวะติดขัด


สถิติของเอซีพีระบุว่า มีเรือรอเดินทางผ่าน 130 ลำ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จากปกติอยู่ที่ประมาณวันละ 90 ลำ และช่วงเวลารอจากปกติเพียง 3-5 วัน เพิ่มเป็น 11-19 วัน ซึ่งน่าจะส่งผลให้รายได้ของเอซีพีลดลงราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 7,030 ล้านบาท ) ในปี 2567.

เครดิตภาพ : AFP