เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ห้องประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง พศ. และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อพัฒนาหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา สำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ พิการ ด้อยโอกาส และการพัฒนาคุณภาพครู สถานศึกษาในกำกับ พศ. เพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนสามเณรเข้าถึงการศึกษาภาคบังคับ

นายอินทพร จั่นเอี่ยม รอง ผอ.รักษาราชการแทน ผอ.พศ. กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ เป็นการต่อยอดความร่วมมือในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้สามเณรที่ยากจนและด้อยโอกาสในโรงเรียนพระปรัยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา โดยจากการร่วมมือในช่วงที่ผ่านมา สามารถสร้างรูปธรรมในการพัฒนาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญฯ ที่เป็นต้นแบบ ทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนสามณร การพัฒนาครูและโรงเรียนให้มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นต้นแบบสำคัญต่อการขยายผลให้กับโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญฯ ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยเมื่อปีการศึกษา 2563 พศ. และ กสศ. ได้ร่วมมือกันจัดทำ 2 โครงการนำร่อง ได้แก่ โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนำร่องในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ในพื้นที่การศึกษาเขต 11 ของ 5 จังหวัดภาคอีสาน คือ ศรีษะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ และโครงการพัฒนาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญฯ สู่ทักษะสัมมาอาชีพ กับโรงเรียนที่อยู่ในโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 51 โรงเรียน จาก 6 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ และน่าน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด คือ ศรีสะเกษ

นายอินทพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับระยะเวลาความร่วมมือครั้งนี้ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2571) จะนำไปสู่การเร่งบูรณาการข้อมูลเด็กนักเรียนสามเณร ครู และสถานศึกษา ภายใต้การกำกับของ พศ. ร่วมกับ กสศ. สำหรับนำไปวิจัย และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา ก่อให้เกิดแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรร่วมขับเคลื่อนงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า หลังจากทั้ง 2 หน่วยงาน ได้ร่วมมือกันดำเนินโครงการทดลองเพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขและพัฒนาคุณภาพครู ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญฯ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลลัพธ์ 2 ประการ ที่จะเป็นต้นแบบสำคัญในการขยายผลการดำเนินงาน คือ 1.สามารถสร้างกลไกช่วยเหลือและป้องกันนักเรียนสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา 2.นักเรียนสามเณรได้รับการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ และสามารถพัฒนาต้นแบบเครื่องมือการคัดกรองในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่เป็นครัวเรือน สถาบันประเภทวัดพักนอน และพัฒนารูปแบบการให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็น สามารถดูแลนักเรียนสามเณรได้ทั้งหมด 1,281 รูป วัดพักนอน 276 แห่ง โรงเรียน 37 แห่ง ขณะที่สถานศึกษาได้นำทุนเสมอภาคไปใช้จ่ายสำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนสามเณรใน 3 ด้าน คือ 1.การพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะสัมมาอาชีพ 2.การพัฒนาคุณภาพชีวิตของสามเณร 3.การพัฒนาคุณภาพของวัดพักนอน นอกจากนี้ กสศ. ได้ติดตามการบันทึกเงื่อนไขของทุนเสมอภาค คือ ผลการมาเรียน และน้ำหนัก ส่วนสูง ของนักเรียนสามเณรอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการว่า นักเรียนสามเณรยังคงอยู่ในระบบการศึกษา และมีพัฒนาการเจริญเติบโตที่สมวัย
ดร.ไกรยส กล่าวต่อไปว่า ผลจากการดำเนินงานสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ให้กับครูพระและครูฆราวาส ซึ่งเป็นรูปแบบการสอนแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึก ลงมือทำ และแก้ปัญหา ผ่านกิจกรรมที่ช่วยเสริมทักษะสัมมาอาชีพควบคู่ไปด้วย รวมถึงการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ระหว่างเครือข่ายครูเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องวิธีการจัดการเรียนการสอน จนสามารถเพิ่มทักษะสัมมาอาชีพให้กับนักเรียนสามเณรได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจากนี้จะมีการขยายพื้นที่การดำเนินโครงการในปีการศึกษา 2566 ให้ครอบคลุมสำนักเขตการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญฯ 5 เขตพื้นที่ทั่วภูมิภาค และ กสศ. จะร่วมกับ พศ. เพื่อหาแนวทางขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งประเทศต่อไป

พระครูจักรธรรมนิวิฐ ประธานเขตการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ เขต 3 กล่าวว่า จากการนำร่องในโครงการดังกล่าวเกิดประโยชน์ต่อโรงเรียนปริยัติธรรม แผนกสามัญฯ เป็นอย่างมาก ทั้งคุณภาพชีวิตครู สามเณร ที่สำคัญช่วยให้สามเณรไม่หลุดจากระบบการศึกษา กลุ่มโรงเรียนปริยัติธรรม แผนกสามัญฯ พร้อมให้ความร่วมมือสนับสนุนข้อมูล และหวังให้มีการขยายผลโครงการไปยังโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญฯ ทั่วประเทศด้วย



