เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. ได้กล่าวถึงแนวทางการดำเนินโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นที่ถูกตัดสภากทม.ตัดงบประมาณเมื่อวานนี้ในการประชุมสภากทม.พิจารณางบประมาณกทม.ปี67 วาระที่2และ3 ว่า หลังจากนี้คงจะต้องกลับมาทบทวนโครงการของเราก่อน ซึ่งงบที่แปรเข้าไปเป็นส่วนของงบที่แปรญัตติ ทำให้ไม่ได้มีขั้นตอนชี้แจง ตัวเลข ที่แสดงในเอกสาร จะมีข้อมูลหนึ่งที่เป็นค่าก่อผนังซึ่งเขียนว่า 20 ตารางเมตร แต่จริงๆแล้วตัวของห้องที่จะทำมีขนาด 49-64ตารางเมตร จึงจำเป็นต้องใช้แอร์ 2 ตัว หลังจากนี้ คงจะต้องไปทบทวนในเรื่องของ โซล่าเซลล์หรือนำนวัตกรรมเข้ามา และก็จะนำเอาคำแนะนำของสมาชิกสภากทม.เข้ามาปรับปรุง เพื่อยื่นของบประมาณในปีหน้า 2568

ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า เป็นระบบที่ต้องเคารพสภา กทม. เป็นเรื่องปกติ งบประมาณ 90,000 ล้านบาทที่ได้มา จริงๆ แล้วถูกตัดออกไป 300 ล้านบาท ถือว่าไม่ได้เยอะ แต่ต้องปรับปรุงกระบวนการหลังจากนี้ อะไรที่ทำได้ ก็ทำไปก่อน อาจจะต้องทำเป็นห้องเรียนตัวอย่าง เพื่อให้มีตัวอย่างและตัวเลขที่ชัดเจน อาจจะหาเงินจากเอกชนมาสนับสนุนทำเป็นตัวอย่างให้เห็น เก็บข้อมูลต่างๆอาทิ ค่าไฟที่ใช้ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลและได้นำมาใช้ประโยชน์ที่ได้รับ เป็นหลักฐานที่จะให้ได้เห็นประโยชน์ และข้อดีข้อเสียที่ชัดเจนขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้การเสนองบประมาณครั้งหน้ามีหลักฐานที่ทำให้สมาชิกสภากทม.สบายใจในการพิจารณามากขึ้น

ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ได้มีการตรวจสอบ แล้วก็ให้สมาชิกสภากทม.ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจ เป็นผู้แทนประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบขั้นสุดท้าย หากจะเสนอโครงการอีก ต้องเสนอเป็นปีหน้างบประมาณ2568 ทั้งนี้ ระหว่างนี้อาจใช้ความร่วมมือจากเอกชน ที่ต้องการทำ CSR มาทำห้องเรียนปลอดฝุ่น เชื่อว่าจะมีเอกชนหลายรายสนับสนุนให้ลองดู ได้มีหลักฐานจะใช้ไฟเท่าไร หรือว่าเด็กมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นหรือไม่ เพราะว่าหลายโรงเรียนก็มีแอร์อยู่แล้ว ก็จะเห็นได้ว่าเด็กก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาจจะต้องดูไปว่าต้องใช้งบปีหน้า.