สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ “รับทราบ” เกี่ยวกับการที่คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ “ให้กับบุคคลซึ่งกระทำการละเมิดกฎหมายของอิหร่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า” มติดังกล่าวถือเป็น “เจตนาที่เป็นอคติและเป็นเรื่องทางการเมือง”
เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุต่อไปว่า คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์รับทราบ “ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและผิดพลาด” จากรัฐบาลของหลายประเทศในยุโรป ส่งผลให้เกิดการ “ตีความผิดพลาดและคลาดเคลื่อน” เกี่ยวกับสถานการณ์และพัฒนาการภายในอิหร่าน การมอบรางวัลดังกล่าว จึงถือว่า “น่าผิดหวังด้วยประการทั้งปวง”
ทั้งนี้ คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ประกาศผลผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2566 คือ นางนาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีชาวอิหร่าน “สำหรับการต่อสู้กับการกดขี่ที่มีต่อผู้หญิงในอิหร่าน และการต่อสู้เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพให้กับทุกภาคส่วน” และเรียกร้องรัฐบาลเตหะรานปล่อยตัวเธอ
Watch the very moment the 2023 Nobel Peace Prize was announced. Presented by Berit Reiss-Andersen, Chair of the Norwegian Nobel Committee.
— The Nobel Prize (@NobelPrize) October 6, 2023
See the full announcement: https://t.co/pDxqLuAA7K #NobelPrize #NobelPeacePrize pic.twitter.com/BHzcYKKCRx
ปัจจุบัน โมฮัมมาดี วัย 51 ปี ซึ่งเป็นอดีตผู้สื่อข่าวและนักเขียน ก่อนผันตัวมาทำงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง อยู่ในเรือนจำอีวิน ซึ่งเป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมือง เพื่อรับโทษตามการพิพากษาของศาลอิหร่าน เมื่อปี 2559 “จากความผิดฐานก่อตั้งและบริหารการเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเรียกร้องการยกเลิกบทลงโทษประหารชีวิต” และบทลงโทษเมื่อปี 2554 “จากความผิดฐานเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อ”
Learn more about the 2023 Nobel Peace Prize: https://t.co/H9HqERC3WY#NobelPrize #NobelPeacePrize
— The Nobel Prize (@NobelPrize) October 6, 2023
โมฮัมมาดี จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ เหรียญรางวัลโนเบล และเงินรางวัล 11 ล้านโครนาสวีเดน (ราว 37 ล้านบาท) โดยพิธีพระราชทานรางวัลทั้งหมดจากสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 จะจัดขึ้น ณ ศาลาว่าการกรุงออสโล ในวันที่ 10 ธ.ค. นี้ ตรงกับวันคล้ายวันเสียชีวิตของนายอัลเฟรด โนเบล.
เครดิตภาพ : AFP



