สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า นายวยาเชสลาฟ โวโลดิน ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย หรือ สภาดูมา แถลงเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับการเพิกถอน การให้สัตยาบันต่อ สนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ หรือ ซีทีบีที (Comprehensive Nuclear Test Ban Treaty – CTBT) โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ จากทัศนคติที่ไร้ความรับผิดชอบของสหรัฐ”


โวโลดินกล่าวต่อไปว่า รัสเซียลงนามในซีทีบีที เมื่อปี 2539 และให้สัตยาบันเมื่อปี 2543 แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สหรัฐกลับไปไม่เคยปฏิบัติแบบเดียวกัน แม้นับจากนี้ถือว่า รัสเซียยกเลิกการให้สัตยาบัน แต่การลงนามในข้อตกลงยังคงมีผล หมายความว่า รัฐบาลมอสโกยังคงเป็นหนึ่งในภาคีของซีทีบีที ซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลัก คือ การห้ามมิให้มีการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และระเบิดนิวเคลียร์อื่น ไม่ว่าในสิ่งแวดล้อมใดก็ตาม เพื่อป้องกันมิให้มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จนก้าวล้ำขึ้นไปอีก


ขณะเดียวกัน ประธานสภาดูมากล่าวด้วยว่า การเพิกถอนการให้สัตยาบัน ไม่ได้หมายความเช่นกัน ว่ารัสเซียจะกลับไปทดสอบระเบิดนิวเคลียร์อีก ทั้งนี้ รัสเซียหลังยุคสหภาพโซเวียตไม่เคยทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ส่วนการทดสอบครั้งสุดท้ายในยุคสหภาพโซเวียต เกิดขึ้นเมื่อปี 2532 ส่วนสหรัฐทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งสุดท้าย เมื่อปี 2535


อนึ่ง ข้อมูลของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า ภายในช่วงเวลาระหว่างปี 2488-2539 มีการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์มากกว่า 2,000 ครั้ง จากจำนวนดังกล่าว 1,032 ครั้ง ดำเนินการโดยสหรัฐ และสหภาพโซเวียต 715 ครั้ง


ขณะที่นับตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบัน มีการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์แล้ว 10 ครั้ง แบ่งเป็นสองครั้งโดยอินเดีย เมื่อปี 2541 ปากีสถานสองครั้ง เมื่อปี 2541 และเกาหลีเหนือ ในปี 2549 2552 2556 สองครั้งเมื่อปี 2559 และ 2560.

เครดิตภาพ : AFP