นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า กสทช. ได้จัดทำแผนบริหารจัดการคลื่นความถี่ หรือ  “สเปกตรัม โรดแม็พ” โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 3 เดือนนี้ เนื่องจากปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องการความชัดเจนแผนในการจัดสรรคลื่นความถี่ในประเทศไทยในระยะ 2-5 ปีข้างหน้าว่า สำนักงาน กสทช. มีแผนจะจัดสรรคลื่นอย่างไรบ้าง เพื่อใช้ในการวางแผนธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะในปี 68 ใบอนุญาตคลื่นความถี่ที่จัดสรรให้เอกชนจะหมดอายุลง ทั้งคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ 2100 เมกะเฮิรตซ์ คลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ รวมถึงการนำคลื่นความถี่ 3500 เมกะเฮิรตซ์ มาจัดสรรเพื่อรองรับทำ 5จี และ 6จี ในอนาคตด้วย

“ที่ผ่านมาทางเอกชน ได้ขอให้ทาง กสทช. ได้เปิดเผยข้อมูลเรื่องคลื่นความถี่ที่จะประมูลล่วงหน้า เพราะต้องใช้เตรียมพร้อมในการวางแผนธุรกิจ และงบประมาณการเงิน เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก โดยทาง กสทช. จะมีการเสนอตั้งคณะทำงานของสำนักงานฯ ขึ้นมาทำงาน รวมถึงการทำฟอร์ไซต์ หรือการคาดการณ์ความต้องการใช้งานคลื่นความถี่ในอนาคตว่ามีการต้องการอย่างไรบ้าง โดยจะมีการศึกษาดูในเรื่องความพร้อมของผู้ใช้งาน ผู้บริโภค และสถานการณ์ทางการเงินของผู้ประกอบการ ราคาเครื่องมือถือรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะออกมา เป็นต้น และที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า การประมูลคลื่นความถี่ของไทยมีราคาที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ มาก ก็จะทำมีผลต่อราคาค่าบริการ และกระทบต่อผู้บริโภคได้ เนื่องจากเอกชนมีต้นทุนที่สูงขึ้น”

นายสมภพ กล่าวต่อว่า สำหรับคลื่นความถี่ใบอนุญาตเอกชนหมดอายุ คงต้องมาดูว่าจะสามารถนำมาใช้งานได้อย่างไรบ้าง หรือเอกชนมีความสนใจจะใช้งานต่อ เนื่องจากที่ผ่านมา มีการลงทุนขยายโครงข่ายไปจำนวนมาก ก็อาจจะนำออกมาประมูลต่อ ส่วนคลื่นความถี่ 3500 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีอยู่ประมาณ 400 เมกะเฮิรตซ์ เห็นว่าเหมาะกับการทำ 5จี และ 6จี ในอนาคตด้วย โดยมีแนวทางที่จะเรียกคลื่นความถี่ดังกล่าว ที่ไม่ได้ใช้งานมาดำเนินการ ซึ่งการดำเนินการต่างๆ จนถึงการเปิดประมูล คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ซึ่งมองว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม หากมีการนำมาเปิดประมูลในปี 69 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ผู้ให้บริการมือถือจะมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น และพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลได้