สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่าสำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง เผยแพร่แถลงการณ์ของนายซิน ฮง-ชอล เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำรัสเซีย เกี่ยวกับการที่ยูเครนได้รับความสนับสนุนทางทหารเพิ่มเติมจากสหรัฐ เป็นระบบขีปนาวุธทิ้งตัวทางยุทธวิธี “อะแทคซิมส์” ( ATACMS ) ว่าการใช้อาวุธดังกล่าวโจมตีรัสเซีย ไม่ได้ช่วยให้สงครามยุติเร็วขึ้น หรือยูเครนจะพบกันสันติสุขเร็วขึ้น
ในทางกลับกัน อาวุธชิ้นนี้มีแต่จะยิ่งส่งผลให้ทั้งยุโรปต้องจมปลักอยู่กับสงครามที่ไม่มีวันรู้จบ อนึ่ง ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ปฏิเสธกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ว่าการใช้งานเกิดขึ้นเมื่อใดและที่ใด
North Korea condemns US for supplying Ukraine with long-range ballistic missiles known as ATACMS, saying any strike on Russia with them will only hamper peace efforts as fighting enters its 605th day
— TRT World (@trtworld) October 21, 2023
Follow our live coverage????https://t.co/j7t2FqPQoW
ทั้งนี้ อะแทคซิมส์ มีระยะทำการสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร แต่สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐให้ข้อมูลว่า ระบบซึ่งยูเครนได้รับ มีพิสัยทำการสูงสุดประมาณ 165 กิโลเมตร
ท่าทีดังกล่าวของเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำรัสเซียเกิดขึ้น หลังนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เยือนกรุงเปียงยาง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีการพบหารือกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และนางโช ซอน-ฮี รมว.กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ
ลาฟรอฟกล่าวอย่างมีนัยว่า ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ “ก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่ทางยุทธศาสตร์อย่างมีคุณภาพ” รัฐบาลมอสโกขอบคุณ “ความสนับสนุนที่ครอบคลุมและเป็นไปตามระเบียบแบบแผน” ของเกาหลีเหนือ “ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน”
???????????????? President of the State Affairs of the DPRK Kim Jong Un received Russia's Foreign Minister Sergey #Lavrov.
— MFA Russia ???????? (@mfa_russia) October 19, 2023
???? Pyongyang, October 19#RussiaDPRK pic.twitter.com/jEu7BhqRYD
ส่วนผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวอย่างมีนัยว่า หนึ่งในเป้าหมายของพรรคคนงาน คือการสร้างความสัมพันธ์กับรัสเซียที่คงทน ก้าวไปข้างหน้า และแผ่ขยาย “ในยุคสมัยใหม่” โดยคิมเยือนรัสเซียเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมาด้วย ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดของสหรัฐและเกาหลีใต้ ว่าทั้งสองประเทศลงนามในข้อตกลงซื้อขายอาวุธร่วมกันหรือไม่.
เครดิตภาพ : AFP



