สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ว่านายฮอสเซ็น เอเมียร์-อับโดลลาเฮียน รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานขอเตือนสหรัฐและอิสราเอล ว่าหากยังไม่ยุติการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนในฉนวนกาซา “อะไรก็เกิดขึ้นได้” และ “ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม” ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคยิ่งรุนแรง และลุกลามยากเกินควบคุม


คำกล่าวจากเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงสุดของอิหร่านเกิดขึ้น หลังกระทรวงกลาโหมสหรัฐเตรียมส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ ในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูง หรือ “ทาด” และระบบป้องกันแพทริออต ไปประจำการเพิ่มเติมในตะวันออกกลาง เนื่องจากสถานการณ์ในภูมิภาคทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง “จากสงครามตัวแทนที่มีอิหร่านอยู่เบื้องหลัง”

สภาพอาคารในเขตทางเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งพังราบคาบจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอล


ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อมกองเรือติดตาม เข้าไปประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใกล้กับชายฝั่งของอิสราเอลแล้ว 2 ลำ คือ “ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด” และ “ยูเอสเอส.ดไวต์ ดี.ไอเซนฮาวร์”


นอกจากนี้ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ สั่งทหารเตรียมพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งสำหรับ “ภารกิจเคลื่อนย้ายกำลังพล” โดยไม่ได้ระบุจำนวนทหารที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐมีคำสั่งเตรียมพร้อมทหารราว 2,000 นาย เพื่อการนี้.

เครดิตภาพ : AFP