สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่า สำนักข่าวซินหัวและสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (ซีซีทีวี) รายงานว่า นายหลี่ เค่อเฉียง อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ จากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ระหว่างพำนักอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อเวลา 00.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันศุกร์ (23.10 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาในประเทศไทย) รวมอายุได้ 68 ปี
หลี่เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2498 ที่เมืองเหอเฝย์ เมืองเอกของมณฑลอานฮุย ทางตะวันออกของจีน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ ปริญญาโทและปริญญาเอก จากคณะเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อปี 2519 และไต่เต้าตามระบบโดยปราศจากฐานอำนาจภายใน หลี่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลเหอหนาน เมื่อปี 2541 ขณะมีอายุเพียง 43 ปี สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ว่าการมณฑลอายุน้อยที่สุดในจีน
Li Keqiang, member of the Standing Committee of the Political Bureau of the 17th, 18th and 19th Communist Party of China central committees and former premier, passed away on Friday in Shanghai https://t.co/YkY3hAvPWl pic.twitter.com/0PSHJDMHBB
— China Xinhua News (@XHNews) October 27, 2023
ข้อมูลจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีของการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลเหอหนาน หลี่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์ และงานเฉลิมฉลองที่ไม่ได้จัดโดยหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ หลี่พัฒนามณฑลเหอหนานจากการเป็นภูมิภาคที่เคยยากจน สู่การเป็นหนึ่งในพื้นที่ดึงดูดนักลงทุนได้มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
หลังจากนั้น หลี่ได้รับการเลื่อนขั้น ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลเหลียวหนิง เมื่อปี 2547 เป็นที่รู้จักจากนโยบาย เชื่อมต่อเส้นทางการค้า ระหว่างท่าเรือขนาดใหญ่ 5 แห่งในพื้นที่ ทั้งในเมืองต้าเหลียนและเมืองตานตง
หลี่ก้าวขึ้นสู่การเป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ของจีน ระหว่างปี 2551-2556 ในยุคประธานาธิบดีหู จิ่นเทา และนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า แล้วขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของประเทศ ซึ่งถือเป็นผู้มีอำนาจอันดับ 2 ในพรรคคอมมิวนิสต์ รองจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อเดือน มี.ค. 2556
ตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกับสี หลี่ซึ่งเป็นนักการเมืองคนเดียวที่ไม่ได้มาจากขั้วอำนาจใดในเครือข่ายของผู้นำจีนคนปัจจุบัน ได้รับความไว้วางใจอย่างมากจากสี โดยเฉพาะในด้านการจัดการเศรษฐกิจ จนกระทั่งครบวาระการดำรงตำแหน่งสองสมัย หรือ 10 ปี เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



