ใกล้ถึงเทศกาลฮัลโลวีน หลายๆ ที่ต่างจัดกิจกรรมต้นรับเทศกาลนี้กันอย่างครึกครื้น วันนี้ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จึงขอพาทุกคนลัดเลาะรอบรั้ววังเก่า สัมผัสบรรยากาศชวนขนหัวลุกในไปกับเรื่องลับของวังหน้า อย่างพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑ์ทัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซึ่งในวันที่ 28-29 ต.ค. ที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้จัดงาน เทศกาลผีนานาชาติ ตอน ‘พูด ผี-ปีศาจ’ (Ghost Talk) กิจกรรมพิเศษ ‘เล่าเรื่องหลอนในวังหน้า’ รับวันฮัลโลวีน พร้อมพาไปฟังเรื่องเล่าจากปากเจ้าหน้าที่ตัวจริงที่จะพาทุกคนไปสัมผัส เรื่องราวชวนหลอน อย่างวลีในสมัยเด็กที่ทุกคนคงจะเคยได้ยิน หนึ่งในคำถามยอดฮิตของผู้ทำงานกับของเก่าว่า “เคยเจอดีอะไรบ้าง” โดยมี ศุภวรรณ นงนุช ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นไกด์นำทางเป็นผู้เล่าเรื่อง

จุดแรกคือพระที่นั่งบุษบกเกริน ซึ่งเป็นจุดที่ครั้งสมัยก่อน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เกษียณไปแล้วเล่าให้ศุภวรรณ ฟังว่า ครั้งที่ยังไม่มีกล้อง CCTV ได้มีโจรเข้ามาเพื่อที่จะขโมยทองซึ่งตัวโจรได้ให้การกับตำรวจว่า เขาทำทีเป็นนักท่องเที่ยวมาชมพิพิธภัณฑ์และไปแอบอยู่หลังม่าน พอตกดึกก็เอาเลื่อยออกมาเพื่อจะตัดลูกกรงเหล็ก แต่ในขณะที่กำลังจะเลื่อยได้ยินเสียงคนสวมรองเท้าเดินมาและเห็นเงาชะโงกมองมา โจรก็กลับไปแอบหลังม่านและออกมาใหม่เมื่อเสียงหายไปแล้ว แต่พอจะเริ่มตัดลูกกรง ก็จะได้ยินเสียงแบบเดิมอีก เรียกว่าเล่นเอาล่อเอาเถิดกันทั้งคืน จนโจรคนนั้นเหนื่อยและหลับไป จนรุ่งเช้า เจ้าหน้าที่เห็นความผิดปกติจึงแจ้งตำรวจมาจับตัวโจรไว้ได้ โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า เมื่อคืนไม่มีใครเดินไปทางด้านนั้นเลย

ต่อมาเมื่อเดินมาถึงรูปปั้นคุณยายยี่เข่งผู้ ซึ่งจัดแสดงภายในตู้ที่จัดแสดงต้นไม้แก้วฝีพระหัตถ์ของหม่อมเจ้าดำรง ปราโมช ยังจัดแสดงพระรูปพระองค์เจ้ายี่เข่ง ขนาดความสูง 38 ซม. โดยตรงฐานพระรูปเขียนระบุว่า นายแววเป็นผู้ปั้นถวาย แต่ไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้จัดสร้างและในวาระโอกาสใด ศุภวรรณ บอกว่า คุณยายยี่เข่งเดิมเป็นพระพี่เลี้ยงของรัชกาลที่ 5 ก่อนหน้านี้พระรูปเก็บไว้ในคลังและมีเจ้าหน้าที่หลายคนเล่าต่อๆ กันมา เมื่อต้องเข้าไปตรวจสอบหรือทำความสะอาดโบราณวัตถุในคลัง จะเห็นภาพคุณยายท่านหนึ่งแต่งตัวลักษณะเหมือนอย่างพระรูปเดินผ่านไปมา ต่อมาเมื่อย้ายมาจัดแสดงในตู้ที่พระที่นั่งวสันตพิมาน เคยมีนักท่องเที่ยวมาบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อกี๊ได้คุยกับคุณยายท่านหนึ่งสนุกดีนะ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เห็นคุณยายเลยสักคน หลังจากนั้นทุกๆ วันพระทางเจ้าหน้าที่จะนำหมากพลูมาถวายให้คุณยายอยู่เสมอ

เมื่อเดินมาถึงพระที่นั่งวสันตพิมาน ซึ่งเป็นพระแท่นบรรทมสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าเป็นพระแท่นบรรทมของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 2 เดิมนั้นเก็บรักษาและจัดแสดงที่พระตำหนักแดง ก่อนจะย้ายมาที่พระที่นั่งวสันตพิมานในปัจจุบัน ศุภวรรณบอกว่าจุดนี้ สมัยก่อนทางพิพิธภัณฑ์มีกฎว่าเจ้าหน้าที่ผู้ชายต้องสลับกันมานอนเวร และยังไม่มีที่พักจัดให้ ต้องหาที่นอนกันเอาเอง มีเรื่องเล่าว่าเจ้าหน้าที่คนหนึ่งปูผ้านอนบนตั่งไม้หน้าพระตำหนักแดงและโดนถีบตกตั่งเลย อีกเรื่องคือเจ้าหน้าที่อีกคนเคยพาลูกมาทำงานด้วยขณะทำหน้าที่เฝ้าพระตำหนักแดงแล้วแม่เผลอคุยเสียงดังกับเพื่อนร่วมงาน ลูกก็เดินมาบอกว่า ‘แม่เสียงเบาหน่อย คุณยายนอนอยู่’ แม่ก็ขนลุกซู่เลยทีเดียว

เมื่อมาถึงจุดสุดท้ายอย่าง พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นแบบตะวันตกเพื่อทรงใช้ประทับและเลี้ยงรับรองพระราชอาคันตุกะ ปัจจุบันจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระองค์ บริเวณห้องตอนกลางชั้นบนของพระที่นั่งมีตู้จำหลักปิดทองประดิษฐานพระป้ายฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และเบื้องล่างตู้มีอัฒจันทร์ไม้สลักจำนวนสามชั้นศุภวรรณ บอกว่าบริเวณอัฒจันทร์ที่มีชั้น ลดหลั่นนี้เมื่อก่อนไม่ได้ติดตั้งเชือกกั้นทำให้เด็กบางคนชอบ ไปปีนป่ายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และมักโดนผลักตกลงมาโดยไม่ทราบสาเหตุ และเมื่อไม่นานมานี้ ทางพิพิธภัณฑ์ได้มีการหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ดูแลห้องต่างๆ และเจ้าหน้าที่ซึ่งเพิ่งมาประจำที่ห้องนี้เล่าว่า ขณะกำลังเช็ดทำความสะอาดรู้สึกเหมือนมีใครมาดึงผมเบาๆ เขาเลยคิดว่าเพราะเขามาใหม่ คงจะโดนทักทายแน่เลย ศุภวรรณบอกอีกว่า ตนนั้นไม่เคยเจอแบบตัวเป็นๆ นอกจากได้ยินเสียงคนกวาดใบไม้หลังเที่ยงคืนตรงลานลั่นทมเท่านั้น

นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์ ยังมีอีกหลายจุดที่หน้ารับชมและให้เรียนรู้ถึงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ เช่น ชุดไทยในชุดรัชสมัยต่างๆ ที่ประกอบไปด้วย ชุดของขุนนาง และกษัตริย์ รวมถึงเครื่องใช้ต่างๆ ในยุคสมัยนั้น และเครื่องโขนบรรดาศักดิ์ หุ่นกระบอก และเครื่องประดับอีกด้วย

ทั้งนี้ สำหรับพิพิธภัณฑ์ทัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดให้เข้าชมเวลา 09.00-16.00 น. วันพุธ-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ยกเว้นเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์)