สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่า อ่าวฮาลอง ซึ่งมีชื่อเสียงจากน้ำทะเลสีฟ้าครามสดใส และเต็มไปด้วยเกาะหินปูนสูงตระหง่าน ซึ่งปกคลุมด้วยป่าฝน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม โดยมีผู้มาเยือนมากกว่า 7 ล้านคน เมื่อปีที่แล้ว

แม้บริเวณชายฝั่งและเมืองโดยรอบ ได้รับการพัฒนาอย่างมากแล้ว แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สื่อของรัฐเผยแพร่รูปภาพของพื้นที่ก่อสร้างขนาดมหึมาที่ทะลุผ่านน่านน้ำ และอยู่ใกล้กับภูมิประเทศหินปูน หรือที่เรียกว่า “คาร์สต์” อันงดงาม ของอ่าวไบตูลอง ซึ่งอยู่ติดกับอ่าวฮาลอง

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เทียนฟอง รายงานว่า บริษัท โด ยา แคปิตอล จำกัด เจ้าของโครงการก่อสร้าง กำลังเตรียมพื้นที่สำหรับอาคารที่พักอาศัย, โรงแรม รวมถึงพื้นที่สำหรับการค้าขายและบริการต่าง ๆ บนเนื้อที่มากกว่า 318,000 ตารางเมตร โดยพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวอยู่ใน “เขตกันชน” ของอ่าวฮาลอง ซึ่งองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ระบุว่า มันเปรียบเสมือนแนวป้องกันของแหล่งมรดกโลกอีกชั้นหนึ่ง

ด้านนายเจื่อง ก๊วก บินห์ อดีตรองหัวหน้าแผนกมรดกของกระทรวงวัฒนธรรมเวียดนาม กล่าวว่า อาณาเขตของอ่าวฮาลองถูกละเมิดอย่างร้ายแรง ขณะที่นักวิจัยประวัติศาสตร์บางคน โพสต์ประณามโครงการก่อสร้างดังกล่าวว่าเป็น “ภัยคุกคามโดยตรง” ต่อแหล่งมรดกโลก

ภายหลังการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดก๋วงนินห์ ทางตอนเหนือของเวียดนาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นที่ก่อสร้าง มีคำสั่งให้ตรวจสอบโครงการข้างต้นทันที เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

อนึ่ง การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองฮาลอง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกระเช้าลอยฟ้า, สวนสนุก, โรงแรมหรู และบ้านใหม่หลายพันหลัง สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศของอ่าว ซึ่งนักอนุรักษ์หลายคนกล่าวเพิ่มเติมว่า มนุษย์กับขยะพลาสติก คือปัญหาใหญ่ในพื้นที่นี้.

เครดิตภาพ : AFP