สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของเมียนมารายงานว่า กองทัพอาระกัน (เอเอ) โจมตีฐานประจำการหลายแห่งของกองทัพเมียนมา ในรัฐยะไข่ ที่อยู่ทางตะวันตก หลังสถานการณ์สงบมาประมาณ 1 ปี


ขณะเดียวกัน มีรายงานการสู้รบอย่างหนักหน่วงระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชาติพันธุ์ในรัฐชิน ซึ่งอยู่ทางเหนือของรัฐยะไข่ ส่งผลให้ประชาชนราว 5,000 คน ลี้ภัยการสู้รบไปยังรัฐมิโซรัมของอินเดีย ที่มีพรมแดนติดกัน


แม้เอเอสู้รบกับกองทัพเมียนมานานหลายปีแล้ว โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการแบ่งแยกรัฐยะไข่ แต่สถานการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดแนวรบเพิ่มเติม ในภาคตะวันตกของเมียนมา หลังกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) หรืออดีตพรรคประชาธิปไตยโกก้าง และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) รวมตัวกันเป็นกองกำลังพันธมิตร สู้รบอย่างหนักหน่วงกับกองทัพเมียนมา ในท้องที่ของรัฐฉาน ตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว


ขณะที่กองทัพเอกราชคะฉิ่น (เคไอเอ) ปักหลักสู้รบกับทหารเมียนมาในรัฐคะฉิ่น นอกจากนี้ กองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (เคเอ็นดีเอฟ) อ้างการยิงเครื่องบินรบลำหนึ่งของกองทัพเมียนมา ตกในเขตรัฐกะยา ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และมีพรมแดนบางส่วนติดกับไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วย


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทหารเมียนมากล่าวว่า เครื่องบินตกระหว่างการฝึกซ้อม “เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค” และยืนยันว่า นักบินสองนาย ดีดตัวออกจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย และติดต่อกลับมายังศูนย์บัญชาการแล้ว เพื่อยืนยันตัวตนและสถานะ


พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรีเมียนมา กล่าวถึงความท้าทายทางความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่การรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องการค้ายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรื้อรังมานาน กองกำลังชาติพันธุ์ที่กำลังต่อสู้กับกองทัพเมียนมาอยู่ในเวลานี้ อาศัยรายได้จากการค้ายาเสพติดเพื่อเป็นทุน ในการก่อความไม่สงบ


ด้าน พล.อ.มินต์ ส่วย รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวว่า หากรัฐบาลและกองทัพไม่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ “มีแนวโน้ม” ที่เมียนมา “จะแตกออกเป็นเสี่ยง”


ขณะที่จีนออกมาแสดงความวิตกกังวลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการหยุดยิง การเจรจา และการปกป้องพลเรือนจีน ตลอดจนผลประโยชน์ร่วมระหว่างทั้งสองฝ่าย หลังมีรายงานพลเมืองจีน “จำนวนหนึ่ง” เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบครั้งนี้

นอกจากนั้น รัฐบาลปักกิ่งส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนเดินทางมายังเมียนมา เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทหารเมียนมาด้วย.

เครดิตภาพ : AFP