สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีวิลเลียม รูโต ผู้นำเคนยา ให้คำมั่นว่าจะปลูกต้นไม้ 15,000 ล้านต้น ภายในปี 2575 เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของเคนยา หลังประเทศประสบภัยแล้งครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 40 ปี
แม้จะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่เจ้าหน้าที่รัฐ นักเรียน และครอบครัว ต่างมารวมตัวกันตามสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองหลวง เพื่อช่วยกันปลูกต้นกล้าจำนวนมาก
“วันนี้ฉันปลูกต้นไม้ไปแล้วมากกว่า 50 ต้น ฉันคิดว่านี่เป็นโครงการริเริ่มที่ทรงพลัง และมีความจำเป็นสำหรับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเคนยาประสบภัยแล้งรุนแรงมาหลายฤดูกาลติดต่อกัน” นางโยอัน คิริกา เจ้าหน้าที่รัฐ กล่าว
แม้รูโตแสดงตัวว่าเป็นนักรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ แต่เขาต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มนักสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับการตัดสินใจที่จะยกเลิกการพักชำระหนี้การตัดไม้นานเกือบ 6 ปี ซึ่งเขาให้เหตุผลว่า มันจะสร้างงาน พร้อมกับเสริมว่า การปล่อยให้ต้นไม้ที่โตเต็มที่ผุพัง และสนับสนุนให้โรงเลื่อยนำเข้าท่อนไม้ ถือเป็นการกระทำที่ “โง่เขลา”
Kenyans brave heavy rain to plant trees https://t.co/X5qfpIarxp
— NTV Kenya (@ntvkenya) November 13, 2023
ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติของรัฐบาลไนโรบีระบุว่า ป่าไม้และการตัดไม้ มีสัดส่วนในเศรษฐกิจของเคนยาถึง 1.6% เมื่อปีที่แล้ว ส่วนพื้นที่ป่าปกคลุมทั้งหมดของประเทศ อยู่ที่ 8.8% ในปี 2565
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลเคนยากล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมไม้ของประเทศ จ้างพนักงานทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมราว 350,000 ตำแหน่ง และการตัดสินใจปลดแบนดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จากปัญหาการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงของประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP






