สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) กล่าวว่า ระดับของก๊าซเรือนกระจกหลัก 3 ชนิด ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน, มีเทน และไนตรัสออกไซด์ ล้วนทำลายสถิติเดิมทั้งหมด เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้อุณหภูมิทั่วโลกเพิ่มขึ้น เกิดสภาพอากาศสุดขั้วบ่อยขึ้น และทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
“แม้มีคำเตือนมานานหลายสิบปีจากชุมชนนักวิทยาศาสตร์ แต่รายงานหลายพันหน้า และการประชุมสภาพอากาศหลายสิบครั้งบ่งชี้ว่า พวกเรายังคงมุ่งหน้าไปในทางที่ผิด” นายเพตเตอรี ทาลาส เลขาธิการดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าว
#UPDATE Greenhouse gas concentrations in the atmosphere hit new record highs in 2022, with no end in sight to the rising trend, the United Nations warned Wednesday.
— AFP News Agency (@AFP) November 15, 2023
➡️ https://t.co/Wc9zP5Q5jq pic.twitter.com/IlOaNzPoAD
ตามข้อตกลงปารีส ฉบับปี 2558 ประเทศต่าง ๆ ตกลงร่วมกันว่า จะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส เหนือระดับเฉลี่ยระหว่างปี 2393-2443 และจำกัดไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส หากเป็นไปได้ ทว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเมื่อปี 2565 อยู่ที่ 1.15 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของปี 2393-2443
“ระดับความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน ทำให้เราอยู่ในแนวโน้มที่อุณหภูมิจะสูงกว่าเป้าหมายในข้อตกลงปารีส ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ซึ่งมันจะมาพร้อมกับสภาพอากาศที่รุนแรงกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น อากาศร้อนจัด, ฝนตกหนัก, การละลายของน้ำแข็ง, การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ตลอดจนความร้อนและความเป็นกรดในมหาสมุทร” ทาลาส กล่าวเพิ่มเติม
ในปี 2565 ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 418 ส่วนในล้านส่วน ขณะที่มีเทนอยู่ที่ 1,923 ส่วนในพันล้านส่วน และไนตรัสออกไซด์อยู่ที่ 336 ส่วนในพันล้านส่วน หรือคิดเป็น 150%, 264% และ 124% ของระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ตามลำดับ
แม้ชุมชนนักวิทยาศาสตร์มีความเข้าใจในวงกว้าง เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและผลกระทบ แต่มันก็ยังมีความไม่แน่นอนบางประการเกี่ยวกับวัฏจักรของคาร์บอน ซึ่งดับเบิลยูเอ็มโอ เรียกร้องให้มีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมในบางประเด็น เช่น การปล่อยก๊าซคาร์บอนจากดินที่เพิ่มขึ้น หรือการดูดซับคาร์บอนของมหาสมุทรที่ลดลง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ.
เครดิตภาพ : AFP



