สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ว่า คณะตุลาการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก มีคำพิพากษา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าอาเซอร์ไบจานต้องเปิดทางและรับประกันความปลอดภัย ให้กับประชาชนในเขตนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งต้องการเกิดทางกลับเข้าสู่พื้นที่


ขณะเดียวกัน อาเซอร์ไบจานต้องอนุญาตให้ผู้ที่ประสงค์เดินทางออกจากเขตนากอร์โน-คาราบัค สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ส่วนประชาชนซึ่งยังคงสมัครใจอาศัยอยู่ที่เดิม “ต้องไม่ถูกข่มขู่และต้องไม่มีการใช้กำลังกับพลเมืองเหล่านี้”

ทหารอาเซอร์ไบจานสวนสนาม ที่เมืองสเตพานาแกร์ต เมืองเอกของเขตนากอร์โน-คาราบัค เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2566


ทั้งนี้ อาเซอร์ไบจานปฏิบัติการทางทหารแบบ “สายฟ้าแลบ” ในเขตนากอร์โน-คาราบัค ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย. ที่ผ่านมา รายงานอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต “มากกว่า 200 ราย” และมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยที่กองกำลังเชื้อสายอาร์เมเนีย “ยอมจำนน” และนายซัมเวล ชาครามันยาน ผู้นำสาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค ประกาศ “การสิ้นสุดสถานะ” ของสาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค ในวันที่ 1 ม.ค. 2567


สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนเชื้อสายอาร์เมเนียนับแสนคน อพยพออกจากเขตนากอร์โน-คาราบัค ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส และสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รับรองเมื่อปี 2534 ให้เป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน เนื่องจากหวั่นเกรงการกวาดล้างของอาเซอร์ไบจาน ด้านรัฐบาลอาร์เมเนียยื่นคำร้องต่อศาลโลก ขอให้ช่วยจัดการเรื่องนี้


อนึ่ง ศาลโลกรับพิจารณาเฉพาะข้อพิพาทระหว่างรัฐต่อรัฐ แม้คำพิพากษาที่ออกมามีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ศาลโลกไม่มีอำนาจสั่งการให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องดำเนินการตามนั้น.

เครดิตภาพ : AFP