สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า กองทัพเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ ว่าดาวเทียมสอดแนมทางทหาร “มัลลิกย็อง-1” ของเกาหลีเหนือ ประสบความสำเร็จในการเข้าสู่วงโคจร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจน ว่าดาวเทียมดวงดังกล่าวสามารถใช้การได้หรือไม่


ทั้งนี้ สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานว่า จรวด “ช็อลลิมา-1” ซึ่งเป็นจรวดที่ได้รับการพัฒนารุ่นล่าสุด สามารถปล่อยดาวเทียมมัลลิกย็อง-1 ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น


รายงานของเคซีเอ็นเอระบุด้วยว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ลงพื้นที่สังเกตการณ์การส่งจรวดปล่อยดาวเทียมครั้งนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นความพยายามครั้งที่สาม ต่อจากความพยายามครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 พ.ค. และความพยายามครั้งที่สอง เมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา โดยท่านผู้นำกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง

นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ลงพื้นที่ศูนย์อวกาศแห่งชาติ ในกรุงเปียงยาง หลังการประกาศความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียมสอดแนมทางทหาร


ขณะที่เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐ ประณามการดำเนินการดังกล่าวอย่างหนัก ว่าเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) “อย่างร้ายแรง” ด้านรัฐบาลโซลประกาศว่า กองทัพจะปฏิบัติภารกิจสอดแนมตามแนวพรมแดนระหว่างสองเกาหลี ที่ระงับไปเมื่อปี 2561 ตามข้อตกลงลดระดับความตึงเครียดทางทหาร ซึ่งทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน


อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศจีนแสดงท่าทีเพียงว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น “ซับซ้อนและเปราะบาง” พร้อมทั้งขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงการดำเนินการใดก็ตาม ที่จะยิ่งเพิ่มความยุ่งยาก


การส่งดาวเทียมดังกล่าวของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาของเกาหลีใต้และสหรัฐ ต่อการที่ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซียพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่นายคิม จอง-อึน เยือนเมืองวลาดิวอสตอค เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลโซลและรัฐบาลวอชิงตันเชื่อมั่นว่า เกาหลีเหนือมอบความสนับสนุนด้านอาวุธให้กับรัสเซีย แลกกับการที่รัฐบาลมอสโกถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการพัฒนาดาวเทียม.

เครดิตภาพ : AFP