สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวถึงความสำเร็จของรัฐบาลเปียงยาง ในการส่งดาวเทียมสอดแนมทางทหาร “มัลลิกย็อง-1” ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา “เป็นการใช้สิทธิอันชอบธรรมเพื่อป้องกันตนเอง” เพื่อให้เกาหลีเหนือรอดพ้นจาก “ความก้าวร้าวและการคุกคามของกองกำลังจากภายนอก”


ขณะเดียวกัน ท่านผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือกล่าวด้วยว่า การส่งดาวเทียมสอดแนมทางทหารครั้งนี้ ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกของประเทศ ถือเป็นการ “เปิดศักราชใหม่” ให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศด้วย


ด้านกองทัพและหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ยืนยันตรงกัน ว่าการส่งดาวเทียมสอดแนมทางทหารของเกาหลีเหนือรอบนี้ ซึ่งเป็นความพยายามครั้งที่สาม ต่อจากเมื่อเดือน พ.ค. และ ส.ค. ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จ เนื่องจากได้รับความสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากรัฐบาลมอสโก


อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า ดาวเทียมสามารถใช้การได้หรือไม่ สอดคล้องกับการประเมินสถานการณ์โดยกองทัพเกาหลีใต้ ที่ออกมาก่อนหน้านี้


อนึ่ง รัฐบาลโซลจับตามาตลอด เกี่ยวกับการที่ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซียพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เยือนเมืองวลาดิวอสตอค เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลโซลและรัฐบาลวอชิงตันเชื่อมั่นว่า เกาหลีเหนือมอบความสนับสนุนด้านอาวุธให้กับรัสเซีย แลกกับการที่รัฐบาลมอสโกถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาดาวเทียม


ทั้งนี้ การส่งดาวเทียมของเกาหลีเหนือ ส่งผลให้บรรยากาศบนคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดขึ้นอีกขั้น เมื่อเกาหลีใต้ประกาศระงับ “เนื้อหาบางส่วน” ของข้อตกลงทางทหาร ที่ลงนามกับเกาหลีเหนือ เมื่อปี 2561 แต่รัฐบาลเปียงยางประกาศระงับการปฏิบัติตาม “เนื้อหาทั้งหมด” ของข้อตกลงฉบับเดียวกัน.

เครดิตภาพ : AFP