สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ว่า ดับเบิลยูเอชโอ ระบุว่า พื้นที่ทางตอนเหนือของจีน มีรายงาน “อาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่” เพิ่มขึ้น นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับของ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งหน่วยงานส่งคำร้องไปยังจีน เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว

ด้านคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อาการป่วยเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการยกเลิกมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 และการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่ทราบ เช่น เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ และการติดเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก รวมถึงเชื้อไมโคพลาสมา นิวโมเนีย

ทั้งนี้ ทางการจีนตอบกลับคำร้องของดับเบิลยูเอชโอว่า ไม่มีการตรวจพบเชื้อโรคที่ผิดปกติหรือแปลกใหม่ หรืออาการทางคลินิกที่แปลกประหลาดแต่อย่างใด ทั้งในกรุงปักกิ่ง และมณฑลเหลียวหนิง พร้อมกับเสริมว่า มันเป็นเรื่องของโรคระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้นโดยทั่วไป ตามที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อโรคที่ทราบหลายชนิด

ขณะที่ นายหวัง เฉวียนอี้ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า กรุงปักกิ่ง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ กำลังเผชิญกับอากาศหนาวเย็น เพราะเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูที่มีอุบัติการณ์ของโรคติดเชื้อเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ “อยู่ในระดับสูง” และมีเชื้อโรคหลายชนิดอยู่ร่วมกัน

อนึ่ง ดับเบิลยูเอชโอ เรียกร้องให้ประชาชนชาวจีน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การฉีดวัคซีน, การเว้นระยะห่างจากผู้ป่วย, การอยู่ที่บ้านเมื่อมีอาการป่วย, การล้างมือเป็นประจำ และการสวมหน้ากากอนามัย.

เครดิตภาพ : AFP