สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ว่า กระทรวงสิ่งแวดล้อมเปรูเผยแพร่รายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2505 จนถึงปัจจุบัน ธารน้ำแข็งในประเทศ มีขนาดลดลง 1,348 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นการสูญเสียพื้นที่ธารน้ำแข็งประมาณ 56% เมื่อคำนวณจนถึงปี 2563 และการที่ธารน้ำแข็งละลายแล้วเป็นปริมาณมาก ก่อให้เกิดทะเลสาบแห่งใหม่มากมายบนภูเขา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วม
ทั้งนี้ ภูเขาปัสโตรูรี ซึ่งมีความสูงประมาณ 5,250 เมตร และตั้งอยู่ในภูมิภาคทางเหนือของเปรู เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยสูญเสียพื้นที่ธารน้ำแข็งไปแล้วมากกว่า 50%
#Peru lost more than half of its glacier surface in just over half a century, scientists say https://t.co/10dqsV0QML
— Phys.org (@physorg_com) November 23, 2023
ปัจจุบัน ธารน้ำแข็งในเปรู ถือเป็นธารน้ำแข็งเขตร้อนซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในอเมริกาใต้มากที่สุด โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของธารน้ำแข็งในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ภาวะความเปลี่ยนของสภาพอากาศโลกที่ทวีความรุนแรงอย่างชัดเจน ในช่วงทศวรรษล่าสุด ส่งผลให้สภาพอากาศของแทบทุกพื้นที่บนโลกแปรปรวนอย่างหนัก
รายงานโดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) คาดการณ์ “ความเป็นไปได้ 90%” ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญซึ่งก่อตัวระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา จะยังคงอยู่ ตลอดช่วงฤดูหนาวสำหรับซีกโลกเหนือ และฤดูร้อนสำหรับซีกโลกใต้ ในปีนี้ และผลกระทบจากความรุนแรงของเอลนีโญ อาจกินเวลาไปจนถึงเดือน เม.ย. ปีหน้า “เป็นอย่างน้อย”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



