สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่า จากกรณีการเกิดเหตุระเบิด ระหว่างพิธีมิสซาของชาวคาทอลิก ซึ่งจัดขึ้นภายในศูนย์กีฬาของมหาวิทยาลัยมินดาเนาสเตท ในเมืองมาราวี ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดลาเนาเดลซูร์ บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 50 คนนั้น


กลุ่มไอเอสออกแถลงการณ์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ อ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ก่อนหน้านั้นไม่นาน ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ประณามว่าเป็นการลงมือโดย “ผู้ก่อการร้ายต่างชาติ” ซึ่งแฝงตัวและเคลื่อนไหว อยู่ในภูมิภาคทางตอนใต้ของประเทศ


ด้านนายกิลเบิร์ต ทีโอโดโร รมว.กลาโหมฟิลิปปินส์ กล่าวว่า อ้างอิงจากหลักฐานซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรวบรวมมาได้ “บ่งชี้ชัดเจน” ว่าเป็นการลงมือโดย “กลไกต่างชาติ” ส่วน พล.อ.โรเมโอ เบราเนอร์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมฟิลิปปินส์ ว่าการก่อเหตุดังกล่าว “เป็นการล้างแค้น” ต่อปฏิบัติการทางทหารของกองทัพฟิลิปปินส์ ที่มีต่อฐานที่มั่นของกองกำลังติดอาวุธทางใต้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา


ทั้งนี้ กองทัพฟิลิปปินส์ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ โจมตีเป้าหมาย ซึ่งเป็นสถานที่แห่งหนึ่ง ภายในหมู่บ้านที่อยู่บนหุบเขา บนเกาะมินดาเนา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังสืบทราบพบว่า เป็นสถานที่พบปะระหว่างสมาชิกกลุ่มเดาเลาะห์ อิสลามิเยาะห์-ฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังวางแผนโจมตีสถานที่หลายแห่ง ในจังหวัดมากินดาเนาเดลซูร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองบังซาโมโรในมินดาเนามุสลิม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 11 ราย ทั้งหมดเป็นสมาชิกของกลุ่มเดาเลาะห์ อิสลามิเยาะห์-ฟิลิปปินส์


นอกจากนั้น ฝ่ายความมั่นคงของฟิลิปปินส์วิเคราะห์ว่า กลุ่มอาบูไซยาฟ หรือกองกำลังเมาเต ที่เคยสู้รบอย่างดุเดือดกับกองทัพฟิลิปปินส์ ที่เมืองมาราวี ยาวนานเกือบครึ่งปี เมื่อปี 2560 และทั้งสองกลุ่มซึ่งฝักใฝ่อุดมการณ์ของกลุ่มไอเอส น่าจะมีความเกี่ยวข้อง.

เครดิตภาพ : AFP