สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ร่วมงานระดมทุนหาเสียงของตัวเอง ที่เมืองเวสตัน ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ว่าหากนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเก็งการเป็นว่าที่ตัวแทนของพรรครีพับลิกัน เปลี่ยนใจไม่ลงสมัครด้วยปัจจัยใดก็ตาม เขาเอง “ก็ไม่มั่นใจ” ว่าจะลงสมัครอีกครั้งดีหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ไบเดนเน้นย้ำว่า “จะปล่อยให้ทรัมป์กลับมาชนะอีกครั้งไม่ได้” และกล่าวชื่นชมนางลิซ เชนีย์ หนึ่งในแกนนำของพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นบุตรสาวของอดีตรองประธานาธิบดี ดิก เชนีย์ ที่ออกมาให้ความเห็นว่า “สหรัฐจะเข้าสู่ยุคเผด็จการ” หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง แม้ไม่ติดต่อกันก็ตาม
ด้านทรัมป์ซึ่งมีคะแนนนิยมนำไบเดนเล็กน้อย ทั้งที่เผชิญกับคดีความหลายข้อหา ทั้งระดับรัฐและระดับรัฐบาลกลาง กล่าวว่า “โจ ไบเดน เป็นเผด็จการตัวจริง” และไม่เชื่อว่า อีกฝ่ายจะได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต เนื่องจากไม่มีความพร้อมทั้งทางร่างกาย และจิตใจ
Trump reacts to Biden saying "If Trump wasn’t running, I’m not sure I’d be running" pic.twitter.com/ztiiLrQRtP
— The Post Millennial (@TPostMillennial) December 6, 2023
ปัจจุบัน ทรัมป์มีอายุ 77 ปี ส่วนไบเดนเพิ่งมีอายุครบ 81 ปี เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา หมายความว่า หากไบเดนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2567 เจ้าตัวจะเริ่มวาระสมัยที่สอง ขณะมีอายุ 82 ปี และจะครบวาระสมัยที่สอง ด้วยอายุที่มากถึง 86 ปี
แม้ทำเนียบขาวพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมอเมริกันเป็นระยะ ว่างานการเมืองเป็นเรื่องของประสบการณ์ และอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง เป็นไปในทางเดียวกันมากขึ้นในระยะหลัง ว่าส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลเรื่องอายุของไบเดน ภาพที่ผู้นำสหรัฐสะดุดล้มระหว่างเดินขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน และการที่ไบเดนตอบไม่ตรงคำถาม ตลอดจนพูดจาคลาดเคลื่อนหลายครั้ง ยังคงเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอ
อนึ่ง ผลสำรวจความคิดเห็นของเอบีซีนิวส์/วอชิงตันโพสต์ เผยแพร่เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า 74% ของกลุ่มตัวอย่างมองว่าไบเดน “แก่เกินไป” ที่จะเป็นผู้นำประเทศ โดยมีเพียง 50% เท่านั้น ที่มองว่า ทรัมป์อายุมากเกินไป.
เครดิตภาพ : AFP



