สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พบหารือกับนายชาร์ล มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป และนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา


ทั้งนี้ ฟอน แดร์ เลเยน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอียูกับจีน “มีความซับซ้อนอย่างมาก” และมีความยินดีที่ได้รับการตอบสนองเชิงบวกจากผู้นำจีน ว่าการค้าระหว่างทั้งสองฝ่าย “ต้องมีความสมดุลกัน” ด้านมิเชลกล่าวเสริม ว่าอียูและจีน “มีผลประโยชน์ร่วมกัน” ดังนั้น “การมีความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพและสร้างสรรค์” จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พบหารือกับคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรป ( อียู ) ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง


ขณะเดียวกัน อียูแสดงความชื่นชมการดำเนินการของจีน ในการเป็นผู้นำการใช้พลังงานสะอาด และยกย่องความพยายามของรัฐบาลปักกิ่ง ในการสนับสนุนความร่วมมือระดับโลก เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียูทั้งสองคนกล่าวถึง “ความวิตกกังวล” เกี่ยวกับบรรยากาศในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งมีความตึงเครียดมากขึ้น และสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ โดยมีการเตือนว่า รัฐบาลปักกิ่ง “จะได้รับผลกระทบร้ายแรง” หากเป็นฝ่ายยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาค นอกจากนี้ ฟอน แดร์ เลเยน และมิเชล เรียกร้องให้จีนใช้อิทธิพลที่มีอยู่ เพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซียเรื่องยูเครน


ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ ว่ารัสเซียเป็นประเทศเอกราช รัฐบาลปักกิ่งไม่อยู่ในสถานะที่จะ “โน้มน้าว” อีกฝ่าย ไม่ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใดก็ตาม การดำเนินการของรัสเซียไม่ว่าในเรื่องใดก็ตาม เป็นไปตามการตัดสินใจของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งคำนึงถึงผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ.

เครดิตภาพ : AFP