สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ว่า การหยุดงานประท้วงดังกล่าว ถือเป็นการสไตรก์ครั้งแรกที่วอชิงตันโพสต์ นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 และเกิดขึ้นในจังหวะที่สำนักพิมพ์เผชิญกับปัญหา จำนวนผู้สมัครสมาชิกที่หยุดนิ่ง และขวัญกำลังใจของพนักงานซึ่งต่ำลง

“โพสต์กิลด์” สหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนของพนักงานมากกว่า 1,000 คน รวมถึงนักข่าว และบางคนในฝ่ายธุรกิจของบริษัท กล่าวว่า หน่วยงานดำเนินการเจรจาสัญญามาเป็นเวลา 18 เดือนแล้ว แต่ฝ่ายบริหารของวอชิงตันโพสต์ “ปฏิเสธที่จะต่อรองอย่างจริงใจ” และยกเลิกการเจรจาในประเด็นสำคัญต่าง ๆ

“เราจะทำให้แน่ใจว่า ผู้อ่านและลูกค้าของเรา ไม่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” โฆษกของวอชิงตันโพสต์ กล่าวในแถลงการณ์ พร้อมกับเสริมว่า วอชิงตันโพสต์เคารพสิทธิของสมาชิกสหภาพ ในการหยุดงานประท้วง และเป้าหมายของบริษัท ยังคงเป็นเหมือนเดิม นั่นคือ การบรรลุข้อตกลงกับโพสต์กิลด์ ที่ตรงกับความต้องการของพนักงาน และความต้องการของธุรกิจ

อนึ่ง วอชิงตันโพสต์ประสบความลำบาก ในการหารายได้จากผู้อ่านออนไลน์ หลังสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยจำนวนผู้สมัครเป็นสมาชิกลดลงเหลือประมาณ 2.5 ล้านคนในปี 2566 จากจุดสูงสุดที่ 3 ล้านคน เมื่อปี 2563 อีกทั้งในปีนี้ บริษัทมีแนวโน้มที่จะสูญเสียรายได้มากถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,500 ล้านบาท) ตลอดจนการที่นางแพตตี สโตนซิเฟอร์ รักษาการแทนประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของวอชิงตันโพสต์ ประกาศเมื่อเดือน ต.ค. ว่า บริษัทจะปลดพนักงาน 240 ตำแหน่ง

ด้าน น.ส.ซาราห์ แคปแลน นักข่าวสภาพอากาศ และหัวหน้าของโพสต์กิลด์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นสำคัญของสัญญาฉบับใหม่ คือ ค่าจ้าง ซึ่งวอชิงตันโพสต์เสนอการปรับขึ้น 2.25% แต่แคปแลนมองว่าตัวเลขข้างต้นเทียบเท่ากับ “การลดค่าจ้าง” เมื่อคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน.

เครดิตภาพ : AFP