เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 ธ.ค. ที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม มอบนโยบายและเปิดกิจกรรมรณรงค์อำนวยความสะดวก และปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 67 ภายใต้ชื่อ “ความปลอดภัย คือของขวัญที่ดีที่สุด” ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดบูธกิจกรรมต่างๆ เช่น ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัยและบูธจุดตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ “Checking Point” รวมถึงมีการจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ภาพรวมนโยบายและมาตรการความปลอดภัย ของ ขบ.

นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 67 ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 66-1 ม.ค. 67 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนา และมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศรวม 15.84 ล้านคน แบ่งเป็นระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 14.1 ล้านคน และการเดินทางระหว่างจังหวัด 1.8 ล้านคน นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ไทยมีสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน อยู่ที่ 25 คนต่อ 1 แสนคน จากเป้าหมายในปี 70 อยู่ที่ 12 คนต่อ 1 แสนคน ซึ่งมองว่า ไม่ควรมีผู้เสียชีวิต ดังนั้น อาจจะมีการปรับแผนใหม่ เพื่อลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนต่อไป

ส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกการเดินทางให้แก่ประชาชน ขณะนี้รถโดยสาร บริษัท ขนส่งจำกัด (บขส.) เปิดให้จองตั๋วล่วงหน้าจากเดิม 90 วัน เป็น 1 ปี ทำให้สามารถจองตั๋วได้ตลอด ตั๋วโดยสารไม่เต็ม เพราะจัดรถตามความต้องการประชาชน และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดจองตั๋วล่วงหน้าจากเดิม 30 วัน เป็น 90 วัน นอกจากนี้ มอบหมายให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ประสานกับรถไฟชานเมืองสายสีแดง และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เพื่อเปิดให้บริการจากเดิมเวลา 05.00 น. เป็นให้เปิด 04.00 น. เป็นต้นไป เพื่อรองรับการเดินทางประชาชนช่วงปีใหม่ด้วย

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สั่งให้หน่วยงานบูรณาการความร่วมมือโดยอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม ของทุกหน่วยงานให้เต็มประสิทธิภาพ เชื่อมโยงระบบการขนส่งสาธารณะ รวมถึงการคืนพื้นผิวจราจรได้เดินทางสะดวก ปลอดภัย ไม่มีใครตกค้าง จัดเตรียมรถโดยสารประจำทางและรถเสริมให้เพียงพอ ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ จัดระเบียบและอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการเดินทางเพื่อลดความหนาแน่นในบริเวณสถานีขนส่งและสถานีรถไฟ บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางฟีดเดอร์ เชื่อมต่อทุกโหมดการเดินทางให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องเรียนเฉพาะกิจ (1584) ณ สถานีขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ คอยอำนวยความสะดวกประชาชน

รวมทั้งกำชับให้สำนักงานขนส่งทุกแห่งดำเนินการตรวจความพร้อมผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ ณ สถานประกอบการทั้งก่อนและระหว่างเทศกาล และตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถก่อนเดินทางทุกคันทุกคน ตาม Checklist ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร 123 แห่ง จุดจอด จำนวน 55 แห่ง จุดตรวจความปลอดภัย (Rest Area) จำนวน 15 จุด และจุด Checking Point จำนวน 28 จุด รวมทั้งหมด 221 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้รถโดยสารสาธารณะทุกคันมีสภาพมั่นคงแข็งแรง ทั้งสภาพตัวรถภายนอกและภายใน อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ ประเมินสุขภาพและความพร้อมเบื้องต้น ตรวจสอบใบอนุญาตขับรถ ตรวจสอบการใช้ความเร็ว ชั่วโมงการทำงาน ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์ สุ่มตรวจการใช้สารเสพติด เน้นย้ำพนักงานขับรถต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ป่วย ไม่เป็นไข้ ต้องตรวจวัดอุณหภูมิก่อนขับรถทุกครั้ง เมื่อพบมีไข้ไม่พร้อมขับรถ ให้เปลี่ยนคนขับทันที ตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถจากระบบ GPS แบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับรถโดยสาร 2 ชั้น ช่วงปีใหม่ เหมือนกับอุบัติเหตุรถโดยสารเสียหลักตกข้างทาง ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 32 ราย เสียชีวิต 14 ราย เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมานั้น ได้เพิ่มมาตรการตรวจสุขภาพของพนักงานขับรถและจะพยายามจัดพื้นที่เส้นทางเดินรถโดยสาร 2 ชั้น ไม่ให้ไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เช่น ทางลาดชัน รวมถึงมาตรการจัดพื้นที่เดินรถให้มีความปลอดภัยต่อไป ส่วนกรณีจะยกเลิกการให้บริการโดยสาร 2 ชั้นหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ลักษณะภูมิประเทศ เส้นทาง ทางโค้ง ทางลาดชัน และจำนวนการบรรทุกผู้โดยสาร เป็นต้น ทั้งนี้ หากพบว่ารถโดยสาร 2 ชั้น ไม่ดี อนาคตคงจะไม่มีการจดทะเบียนรถโดยสาร 2 ชั้น และทำให้หมดจากระบบต่อไป

ด้าน น.ส.ระพิพรรณ วรรณพินทุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ได้จัดเตรียมรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) จำนวน 4,000 เที่ยวต่อวัน รองรับผู้โดยสารได้ 70,000 คนต่อวัน ซึ่งก่อนหน้านี้ปี 62 เคยมีประชาชนเดินทางสูงสุดวันละ 1 แสนคน ขณะที่ปัจจุบันมีรถให้บริการ 3,000 เที่ยวต่อวัน ผู้โดยสาร 31,000-32,000 คนต่อวัน ทั้งนี้ คาดว่าขาไปจะเดินทางจำนวนมากวันที่ 28-29 ธ.ค. 66 และขากลับจะเดินทางมากสุดวันที่ 31 ธ.ค. 66 และ 1 ม.ค. 67 ขณะเดียวกันจัดรถเสริมไว้อีก 700 คัน เพื่ออำนวยผู้โดยสารในการเดินทางเพียงพอ ขณะนี้ตั๋วโดยสารในเส้นทางเดินรถ บขส. เต็มแล้ว แต่ผู้โดยสารสามารถจองตั๋วได้อีก เพราะมีรถเสริมบริการตลอด