เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่อาคาร Kronos สาทรเหนือ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(วทส.) และ บริษัท คลาวด์เซค เอเซีย จำกัด จัดพิธีลงนามความร่วมมือการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม CalCes มีวัตถุประสงค์เพื่อบุกเบิกหลักสูตรปริญญาโทด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Master of Science in Professional Cybersecurity) ที่เน้นการสร้างบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพ สามารถปฏิบัติงานได้จริง นอกจากนี้ CalCes ยังพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสร้างความตระหนักและการระมัดระวังในภัยคุกคามด้านไซเบอร์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ที่ไม่หวังดี หลักสูตรนี้ยังพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องไซเบอร์ รวมถึงการสร้างความเข้าใจใน พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอีกด้วย หลักสูตรพัฒนาเพื่อรองรับผู้สนใจ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้บริหารระดับสูง กลุ่มผู้บริหารระดับกลาง กลุ่มผู้ปฏิบัติงาน โดยศูนย์ฝึกอบรม CalCes จะตั้งอยู่ชั้น 11 อาคารโครนอส บนถนนสาทรเหนือ
ผศ.พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช อธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวถึงความมุ่งมั่นของวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญด้านการศึกษาและเทคโนโลยีนวัตกรรมทันสมัยต่าง ๆ และได้เล็งเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการใช้ข้อมูลจำนวนมากในองค์กร ซึ่งหากขาดการป้องกันที่ดีจะเป็นเป้าหมายการถูกจู่โจมและทำลายทรัพย์สินในส่วนนั้นได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ผู้ซึ่งสามารถปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามจึงได้จัดทำข้อตกลงกับ บริษัท คลาวด์เซค เอเซีย จำกัด ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ครอบคลุมการทำงานทั่วเอเซียแปซิฟิก มีชื่อเสียงระดับสากล โดยใน พ.ศ. 2565 วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และบริษัท คลาวด์เซค เอเซีย จำกัด ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ทันสมัยและสอดรับกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปริญญาโท มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในบริษัท เจ้าของกิจการ และนักวิชาการ ปัจจุบันสถานที่สำหรับการจัดสอนอย่าง ศูนย์ฝึกอบรม CalCes อยู่ระหว่างการจัดตั้ง ณ ชั้น 11 อาคารโครนอส สาทร มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 250 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องฝึกอบรม ห้องฝึกปฏิบัติการ (Lab) ห้องประชุมสัมมนา บริเวณเลานจ์ที่โอ่โถง ทั้งยังสามารถรองรับการจัดสัมมนาวิชาการสำหรับสาขาอื่น ๆ ที่เป็น Top-Tier สำหรับผู้เข้าสัมมนาทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อีกด้วย

“ประเทศไทยยังไม่เคยมีหลักสูตรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เน้นภาคปฏิบัติอย่างจริงจังมาก่อน และจากการขาดแคลนบุคลากรสาขานี้อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มีคุณภาพ สามารถสร้างความแตกต่างจากสถาบันอื่นได้อย่างชัดเจน และเชื่อมั่นว่าหลักสูตรนี้จะเป็นที่สนใจของภาคอุตสาหกรรมในตลาดเป็นอย่างมาก”
นายกฤษณยศ บูรณะสัมฤทธิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท คลาวด์เซค เอเซีย จำกัด กล่าวว่า คลาวด์เซค เอเซีย เป็นผู้นำในการให้บริการด้านความปลอดภัยสารสนเทศ และเทคโนโลยีโซลูชัน เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทยตลอดมา โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านระบบคลาวด์ และนวัตกรรมโชลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันความสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) เกี่ยวข้องกับการปกป้องข้อมูลและระบบสารสนเทศจากการโจมตีทางไซเบอร์ ที่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้ทั้งในระดับบุคคล องค์กร หรือแม้กระทั่งระดับชาติ นี่คือเหตุผลที่ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มีความสำคัญอย่างยิ่ง และความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนสูงอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการสร้างความแตกต่างในการผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้สามารถปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรมได้จริง เนื่องจากบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ยาวนานในด้านการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ จึงสามารถสนับสนุนหลักสูตรที่ทันสมัย โดยวิทยากรจากสถาบันฝึกอบรมด้านไซเบอร์ระดับนานาชาติ รวมถึงสามารถเชื่อมโยงวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามกับหน่วยงานและองค์กรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งในประทศและต่างประเทศ ซึ่งความร่วมมือนี้เองจะทำให้หลักสูตรปริญญาโท มหาบัณฑิตสาขาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างมืออาชีพ รวมถึงหลักสูตรระยะสั้นของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม มีความแข็งแกร่ง สามารถผลิตบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี
“โครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนวัยทำงาน หรือนักศึกษาที่เรียนจบในสาขาที่เกี่ยวข้อง และครอบคลุมบุคลากรที่จบในสาขาอื่น แต่มีภาระหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญต่าง ๆ อาทิ เจ้าหน้าที่การเงิน การบริหารทรัพยากรบุคคล การสื่อสารภายในองค์กร การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจในการบริหาร หรือปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ จากความร่วมมือครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มบุคลากรที่มีความสามารถปฏิบัติงานได้จริง โดยเพิ่มความเชี่ยวชาญ สร้างบุคลากรความมั่นคง ส่งเสริมองค์กรและภาคธุรกิจ กระจายแนวคิดความมั่นคงปลอดภัย และสร้างชุมชนความมั่นคง โดยช่วยสร้างชุมชนที่มีความรับผิดชอบทางสังคมและวงการธุรกิจในการปกป้องและรับมือกับภัยคุกคามด้านไซเบอร์ต่อไป”

ด้าน ดร.วารินทร์ แคร่า (Dr. Varin Khera) ผู้อำนวยการ CalCes กล่าวว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Threats) เป็นสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีภาวะที่สามารถทำให้เกิดความเสียหายหรือความเสี่ยงต่อข้อมูล ระบบสารสนเทศ หรือการให้บริการด้านไอทีต่าง ๆ ได้ ภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นผลมาจากการกระทำของผู้ไม่ประสงค์ดีที่มุ่งหวังทำลาย ขโมยข้อมูล หรือแทรกแซงลงในระบบที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งภัยคุกคามทางไซเบอร์ มีหลายประเภท อาทิ ไวรัส และมัลแวร์ (Virus and Malware) คือโปรแกรมความเสี่ยงสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายข้อมูลหรือรบกวนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์, การโจมตีด้วยการฟิชชิ่ง (Phishing Attacks) คือการล่อให้ผู้ใช้ในระบบกรอกข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน หรือข้อมูลบัตรเครดิตโดยการปลอมตัวเป็นแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ, การโจมตีด้วยการปฏิเสธบริการ (Denial-of-Service Attacks) คือการทำให้ระบบหรือเครือข่ายไม่สามารถให้บริการได้โดยการเขียนโปรแกรมทำให้เกิดการรบกวนที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น
“ด้วยเหตุที่ภัยคุกคามไซเบอร์เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเทคโนโลยี ศูนย์ฝึกอบรม CalCes จึงเข้ามาเสริมความเป็นเลิศด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยบุกเบิกวงการผสมผสานความรู้วิชาการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กับการใช้งานจริง และพร้อมกำหนดนิยามใหม่ให้กับการศึกษาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศไทย ความร่วมมือนี้จะพลิกโฉมวงการการศึกษาทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ประเทศเลยทีเดียว”



