ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ที่กำลังจะเวียนมาถึงอีกครั้งกับ “วันคริสต์มาส” ซึ่งนอกจากของขวัญ ขนมขิง ต้นคริสต์มาส รวมทั้งการประดับตกแต่งที่ต่าง ๆ ที่เป็นสีสันของของเทศกาลนี้แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไมได้เลยก็คือเสียงเพลง ที่จะช่วยให้บรรยากาศของช่วงคริสต์มาสนี้ยิ่งสมบูรณ์แบบนี้ และเมื่อนึกช่วงคริสต์มาส หลายคนคงนึกถึงเพลง “All I Want for Christmas Is You” เพลงประจำเทศกาลคริสมาสต์ ของ มารายห์ แครี่ ที่ดังก้องไปทุกพื้นที่ แต่วันนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” อยากขอชวนแฟน ๆ มาฟัง 12 เพลงคริสต์มาสภาษาไทย ที่เผยให้เห็นถึงความหมายที่แท้จริงของวันนี้ว่า เป็นวันที่ “พระเยซูคริสต์” พระบุตรของพระเจ้า ได้ลงมาบังเกิดในสภาพมนุษย์ เพื่อไถ่บาปให้คนทั้งโลก และนี่เป็นเหตุผลที่พวกเราฉลองและรู้สึกชื่นชมยินดี ถ้าพร้อมไปแล้วไปฟังกัน!
“บุตรแห่งรางหญ้า” ศิลปิน โรส ศิรินทิพย์

ประเดิมที่เพลงเพราะซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของการประสูติในรางหญ้าของ “พระเยซูคริสต์” ได้อย่างครบถ้วน โดยเนื้อเพลงเป็นการพูดถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ จึงได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาเพื่อไถ่บาป โดยพระองค์ยอมบังเกิดในที่ต้อยต่ำ มาพร้อมท่วงทำนองฟังสบาย ลงตัวกับเสียงร้องอ่อนหวานของ โรส ศิรินทิพย์ เหมาะกับการเปิดฟังตอนนั่งเล่น ขับรถ หรือนอนบนเตียงอุ่น ๆ ก็ช่วยให้ผ่อนคลายและซึมซับกับความหมายของวัน “คริสต์มาส” ได้เป็นอย่างดี
“เด็กน้อยคนหนึ่ง” ศิลปิน Dena Narada

อีกหนึ่งเพลงฟังสบาย ที่บอกเล่าเรื่องราวของ “พระเยซู” ที่มาบังเกิดในรางหญ้า เพื่อไถ่บาปให้กับมนุษย์ แต่งโดย เรืองกิจ ยงปิยะกุล เนื้อเพลงเป็นการสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้า ผู้เป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ องค์สันติราช และพระบิดานิรันดร์ มาพร้อมท่วงทำนองนุ่ม ละมุน ชวนฝัน เหมาะมากกับช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้
“นี่แหละคือวันคริสต์มาส” ศิลปิน Debary Ft. Pipart CH.

ส่วนใครอยากฟังเพลงคริสต์มาส ที่ถอดถ้อยคำมาจากพระคัมภีร์ ซึ่งเล่าถึงเรื่องราวของพระกุมารในรางหญ้า การประสูติของ “พระเยซูคริสต์” และเป้าประสงค์ที่พระองค์ทรงมาบังเกิดในสภาพมนุษย์ “นี่แหละคือวันคริสต์มาส” ถือเป็นอีกบทเพลงที่ร้อยเรียงออกมาได้อย่างงดงามและเข้าใจง่าย ชี้ให้เห็นพระคุณ ความรัก และความรอด มาพร้อมดนตรีแนวอะคูสติก ฟังสบาย เรียกว่าใช้เครื่องดนตรีน้อย แต่ไพเราะมากเช่นกัน
“คริสต์มาสเป็นเวลา (Christmas is a Time to Love)”

มาต่อกันที่เพลงที่แปลจากบทเพลงสากลกันบ้าง ซึ่งเพลง “คริสต์มาสเป็นเวลา” ถูกคัฟเวอร์มาจากเพลงดังประจำเทศกาลคริสต์มาส อย่าง “Christmas Is a Time to Love” จากอัลบั้ม “Christmas in Cape Town, Vol. 2” โดยศิลปิน New Apostolic Church Children’s Choir ถูกปล่อยออกมาเมื่อปี 2002 โดยในเวอร์ชั่นออริจินัลนั้นเป็นการร้องประสานเสียงในโบสถ์ (Choir) ซึ่งเพลงถูกนำมาร้องใหม่อยู่หลายครั้ง ส่วนในเวอร์ชั่นภาษาไทย ก็มีศิลปิน อาทิ พลอยชมพู – ญานนีน ภารวี ไวเกล ที่นำมาคัฟเวอร์ด้วยน้ำเสียงหวาน มาพร้อมท่วงทำนองน่ารัก สดใสด้วยเสียงกระดิ่ง ที่ทำให้นึกถึงบรรยากาศของช่วงเทศกาลแห่งความสุข ซึ่งเนื้อเพลงเป็นการส่งสารว่า คริสต์มาสนั้นเป็นเวลาแห่งความรัก!
“ยามราตรี ศรีหรรษา (Silent Night! Holy Night! )”
อีกหนึ่งเพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสที่ไม่อยากให้พลาด ขอยกให้เพลง “ยามราตรี ศรีหรรษา” ที่แปลมาจากเพลง “Silent Night! Holy Night!” เพลงแครอล (Carol) ซึ่งมีประวัติยาวนาน และปัจจุบันยังคงได้ยินในทุกโรงเรียนคริสต์ และทุกโบสถ์คริสต์ สำหรับเพลง “Silent Night” มีจุดเริ่มต้นจากบทกวีภาษาออสเตรียที่ชื่อ “Stille Nacht, Heilige Nacht” หรือท่อนฮุกของเพลง “Silent Night, Holy Night” จริงๆ แล้วเพลงนี้มีชื่อดั้งเดิมคือ “Song from Heaven” หรือ “ลำนำจากสวรรค์” ประพันธ์โดย โจเซฟ มอหร์ (Joseph Mohr) แห่งโบสถ์นิโคลัส ที่ตั้งอยู่ในเมืองโอเบิร์นดอร์ฟ ประเทศออสเตรีย

สาธุคุณโจเซฟ ประพันธ์บทกวีนี้ขึ้นจากความประทับใจเมื่อคราวที่ได้ไปเยือนบ้านของคนตัดฟืน ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ยามค่ำคืนวันคริสต์มาสอีฟ ราวปี ค.ศ. 1817 ขณะนั้นภรรยาของชายตัดฟืนได้คลอดทารกชาย ซึ่งทั้งบรรยากาศและเรื่องราวก็ไปละม้ายคล้ายกับค่ำคืนคริสต์มาสอีฟเมื่อ 2,000 ปีก่อน ณ กระท่อมหลังหนึ่งในตำบลเบทเลเฮม เมืองนาซาเรท อันเป็นสถานที่กำเนิดของพระเยซูคริสต์ บทกวีลำนำจากสวรรค์จึงถูกประพันธ์ขึ้นทันที และภายหลังจึงมีการแต่งเป็นเพลงขับร้องและบรรเลงโดยมีนักเล่นออร์แกนประจำโบสถ์นิโคลัส และได้มีการขับร้องขึ้นครั้งแรกกลางดึกสงัดของพิธีฉลองการเสวยกระยาหารครั้งสุดท้ายของ “พระเยซู” ในปีถัดมา

ต่อมา ช่างทำออร์แกนนาม Karl Mauracher ได้มีโอกาสฟังเพลงนี้เข้าและเกิดความประทับใจ จึงขอก็อปปี้โน๊ตเพลงมาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นเพลงแครอลร้องหมู่สำหรับเด็ก 4 คน และเปิดการแสดงประสานเสียงเพลง “Silent Night” ต่อสาธารณชนในงานแฟร์เมือง Leipzing ใน ค.ศ.1832 โดยเด็ก 4 คนที่ขับร้องเป็นพี่น้องชายหญิง ได้แก่ Josep , Caroline, Andres และ Amalie Strasser ด้วยความไพเราะของบทเพลงทำให้ วงแครอลของ Mauracher มีโอกาสได้ไปขับร้องเพลง “Silent Night” ต่อหน้าพระพักตร์กษัตริย์และพระราชินี ในค่ำคืนคริสต์มาสอีฟ ปี ค.ศ. 1832 ณ ปราสาท Preissenburg และนั่นทำให้เพลง “Silent Night” โด่งดังและได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ โดยนักบวชนาม John Freeman Young ใน ค.ศ. 1863 ต่อมา “Silent Night” ได้รับการบันทึกลงแผ่นเสียงครั้งแรก (เท่าที่ปรากฏหลักฐาน) โดยวง Haydn Quartet ใน ค.ศ.1905 เป็นแผ่นเนื้อครั่งโบราณ 78 นิ้ว สังกัด RCA Victor หมายเลขแผ่น 4511 (ที่มา : นิตยสาร สารคดี ธันวาคม 2540 เผยแพร่โดย https://www.sarakadeelite.com/lite/silent-night/ )
สำหรับเพลง “ยามราตรี ศรีหรรษา” ได้ถูกจัดทำการบันทึกเสียง เรียบเรียง เสียงประสาน ขับร้องใหม่ โดยกลุ่ม โมทาน่า เบธเอล โดยมีจุดประสงค์เพื่อ หนุนใจให้พี่น้องคริสเตียนได้รับพระพรผ่านทางบทเพลง และยินดีเผยแพร่ให้นำไปใช้ในงานรับใช้พระเจ้าได้ในทุกโอกาส
“ในค่ำคืนนี้” รวมศิลปิน


ถือว่าเป็นเพลงคริสต์มาสที่รวมศิลปินชั้นนำเอาไว้มากที่สุด โดยเพลงนี้ขับร้องโดย ปุ๊ อัญชลี , บอย โกสิยพงษ์ , โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ , บอย อนุวัฒน์ , แม็กซ์ เจนมานะ , โจนัส แอนเดอร์สัน , แพรว คณิตกุล , โรส ศิรินทิพย์ , เต้น นรารักษ์ , แนน แก้วกาญจน์ , เพียว เอกพันธ์ , แอน นันทนา , โบ สุรัตนาวี , โจ จิรายุส , เต๊ะ ศตวรรษ , จัสมิน พัชราวลี , ไลฟ์ วาระ มีชูธน, วุฒิ วงศ์สรรเสริญ , เจฟฟรี่ มาร์คว๊าร์คเสน , จั๊ก สิโรดม และ จ๊อบ พงศกร เขียนเนื้อร้องและทำนองโดย เรืองกิจ ยงปิยะกุล และเรียบเรียงโดย บุรินทร์ สุภัครพงษ์กุล ซึ่งเป็นเพลงแนวฟีลกู๊ด จังหวะฟังสบาย รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ได้ยินเสียงเปียโนจากฝีมือของ โต๋ เนื้อเพลงเป็นการบอกถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และพระองค์ทรงเป็นความหวัง
“คริสต์มาสที่มีความหมาย”
เรียกว่าเป็นเพลงคริสต์มาสที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังตามความหมายของวันนี้ แต่งคำร้องและทำนองโดย เมธา เกรียงปริญญากิจ ซึ่งเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อเป็นเพลงประกอบละครวันคริสต์มาสของ คริสตจักรใจสมาน เมื่อปี 2003 เป็นเรื่องราวของคน ๆ หนึ่งที่ตามหาความหมายของคริสต์มาส หลังจากนั้นเพลงนี้ได้ถูกใช้อีกครั้งหนึ่งในงานปาร์ตี้คริสต์มาสของ คริสตจักรนิวซอง เมื่อปี 2005 โดยมี แชมป์ – ศุภวัฒน์ พีรานนท์ ศิลปินและนักแต่งเพลงค่าย LOVEiS เป็นผู้ขับร้อง จากนั้นเป็นต้นมาก็ยังไม่ได้มีการบันทึกเสียงหรือนำมาใช้อีก กระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2012 Worship Plus+ ได้ร่วมกับ Thailand One Voice จัดงานนมัสการและแบ่งปันเพลงใหม่ ที่ชื่อว่า Worship Plus+ One Voice Live ขึ้นมา และได้บันทึกเสียงการบรรเลงเพลงนี้แบบสดๆ เอาไว้ เพื่อให้คนที่สนใจได้นำไปหัดร้องและนำไปใช้เป็นพระพรให้กับพี่น้องในที่ต่างๆ ได้ โดยเนื้อเพลง เป็นการบอกว่า “พระเยซู” คือผู้เดียวที่สำคัญในวันนี้ และเป็นความหมายของวันคริสต์มาส และเมื่อใจยอมรับความรักที่พระองค์มอบให้ เราก็ได้พบคริสต์มาสที่มีความหมายอย่างแท้จริง
“ทุกวันคือวันคริสต์มาส” ศิลปิน ป๊อปปี้ – ปนัดดา ชุ่มเชื้อ

เพลงคริสต์มาส ที่มาพร้อมจังหวะสดใส และเนื้อหาที่เปี่ยมด้วยความหวัง พร้อมข้อความที่อยากบอกทุกคนว่า “พระเยซู” นั้นเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ และพระองค์เสด็จลงมาอยู่เคียงข้างเรา ทรงเปลี่ยนความเศร้า ให้กลับกลายเป็นความหวัง แค่เพียงเชื่อและวางใจ ทุกวันของเราก็จะกลายเป็น “วันคริสต์มาส” และไม่ว่าอุปสรรคจะยากเย็นสักเท่าไร ขออย่าหวั่นไหว เพราะพระเจ้าจะช่วยเธอ ซึ่งเพลงนี้แต่งโดย บุรินทร์ สุภัครพงษ์กุล ด้วยเนื้อหา ทำนอง และความหมาย นับเป็นอีกเพลงที่เหมาะกับเทศกาลแห่งสุขจริง ๆ
“สุขสันต์วันคริสต์มาส” ศิลปิน มิว – พจนินท์ ธนพันธ์ , นิน – ศาสนินท์ ลิขิตปัญญารัตน์ , ต็อง – วิตดิวัต พันธุรักษ์ , เนย – เนตรนภิส ใจพริ้ง
เพลงแนวอะคูสติก ที่มาพร้อมพลังบวกและการอวยพร เขียนเนื้องร้องและทำนอง ป้อม – ปัญญา ปคูณปัญญา เรียบเรียงโดย เรืองกิจ ยงปิยะกุล ซึ่งเนื้อเพลงเป็นเหมือนจดหมายแสดงความห่วงใย ที่อยากส่งไปบอก “สุขสันต์วันคริสมาสต์ พระเยซูรักคุณ” และนี่เป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด อีกทั้งยังส่งกำลังใจ ขอให้ได้เจอพลังความหวังและชีวิตใหม่ ซึ่งเป็นเพลงที่ฟังสบาย โดดเด่นด้วยเสียงฟลูตและกีต้าร์ ที่ยิ่งช่วยให้เพลงนี้ยิ่งอบอุ่น ฟังสบาย หากอยากส่งเพลงคริสมาสต์เป็นของขวัญและคำอวยพรให้ใครสักคนในช่วงเทศกาลแห่งความสุข เพลงนี้ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมทีเดียว!
“คริสต์มาสคือความหวัง” ศิลปิน โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

เพลงที่มาพร้อมเสียงเปียโนสดใส เขียนเนื้อร้องและทำนอง ป้อม – ปัญญา ปคูณปัญญา เรียบเรียง โดย บุรินทร์ สุภัครพงษ์กุล ถ่ายทอดเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความหวัง กับการบอกว่า “วันคริสต์มาส” คือวันแสนพิเศษ เมื่อหัวใจของทุกคนได้พบความหมาย ว่า “พระเยซู” ได้ทรงเสด็จลงมาเกิดเพื่อเรา ก่อนบอกว่า “พระเยซูคริสต์” คือของขวัญที่ล้ำค่า ที่พระเจ้ามอบให้กับมนุษย์ เป็นความรักที่ไม่ต้องตามหา และตอกย้ำถึงความหมายของคริสต์มาสว่า เพราะ “พระเยซู” นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้มีการฉลองวันนี้ ซึ่งเป็นอีกเพลงที่ฟังสบาย โดดเด่นด้วยโน้ตที่เต็มไปด้วยความร่าเริง เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เรียกรอยยิ้มได้ทั้งวัน ที่สำคัญยังติดหู ร้องตามไม่ยากอีกด้วย
“คริสต์มาสนี้” ศิลปิน มิว พจนินท์ ธนพันธ์ (Chilling Mill)
อีกหนึ่งเพลงสุดอบอุ่น สำหรับคนที่กำลังเหน็ดเหนื่อย ไม่เหลือใคร หรือไม่มีใครเข้าใจ แต่งเนื้อร้องและทำนอง ป้อม -ปัญญา ปคูณปัญญา เรียบเรียงโดย เรืองกิจ ยงปิยะกุล ที่ถ่ายทอดเนื้อเพลงที่พร้อมโอบกอดทุกหัวใจที่กำลังอ่อนล้า และเป็นอีกเพลงที่ตอกย้ำว่าวันคริสต์มาสนี้ จะมีความหมาย ถ้าหากเราเปิดใจ ให้ความรักของ “พระเยซู” เข้ามาในชีวิต ปล่อยความทุกข์ฝากไว้กับพระองค์ และพระเจ้านั้นก็รักคุณอยู่เสมอ มาพร้อมดนตรีช้า ๆ ซึ้ง ๆ ฟังได้ไม่มีเบื่อ
“เวลาฉลองพระเยซู (TIME TO CELEBRATE)”

ปิดท้ายกันที่เพลง “เวลาฉลองพระเยซู (TIME TO CELEBRATE)” บทเพลงที่มาพร้อมดนตรีสดใส โดยทีมนักดนตรีกลุ่มคริสเตียน “W501” โดยได้ แยม บงกช ฮัดซัน มาประพันธ์เนื้อร้อง ถ่ายทอดเรื่องราวถึงการที่ “พระเยซู” ลงมาประสูติ และได้รับการขนานนามว่า “อิมมานูเอล” ที่แปลว่า “พระเจ้าอยู่กับเรา‘” โดยทางทีมผู้ทำเพลงได้ตั้งใจอยาก คริสต์มาสนี้เป็นอีกช่วงเวลาที่จะย้ำเตือนกับทุกคนว่า “จงชื่นชมยินดี” เพราะพระคริสต์ได้เสด็จลงมาประสูติเพื่อคุณแล้ว ตามที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้! ด้วยเนื้อร้องที่ฟังง่าย ตรงไปตรงมา พร้อมดนตรีที่สบาย ๆ นอกจากทำให้ทุกคนได้ผ่อนคลายแล้ว ยังได้รู้ความหมายที่แท้จริงของ “วันคริสต์มาส” ด้วย
อย่าลืมจดลิสต์เพลงเอาไว้ไปเปิดในช่วงเทศกาลแห่งความสุข แล้ว “คริสต์มาส” ของทุกคนในปีนี้ จะไม่เพียงแค่แฮปปี้ไปกับเพลงเพราะ ๆ เท่านั้น แต่ยังคงได้รู้ความหมายที่แท้จริงของวันนี้ด้วย!



