เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดงาน EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024 และการแถลงผลงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างวันที่ 25-27 ธ.ค.2565 ตั้งแต่เวลา 09.00–19.30 น. ณ บริเวณโดยรอบกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานพร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน

โดยนายอนุทิน กล่าว่า ตนรู้สึกดีใจที่วันนี้ได้เห็นความพร้อมเพรียงของชาวศธ.ทุกคน และรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ เพราะหน่วยงานดังกล่าวถือเป็นหัวใจหลักสำคัญของการพัฒนาประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการศึกษาด้านต่างๆ ว่าการศึกษาไทยรั้งท้าย โดยตนมองว่าเรื่องการศึกษาไทยรั้งไทยเอาอะไรมาวัด และวัดจากตรงไหน เพราะเห็นได้จากเด็กไทยไปแข่งขันในเวทีระดับโลกอย่างคณิตศาสตร์โอลิมปิกก็สามารถกวาดรางวัลคว้าแชมป์ระดับโลกมาได้ ดังนั้นเราต้องปลูกฝังความมุ่งมั่นให้แก่นักเรียน เช่น การแสดงโชว์คีตะมวยไทย ของโรงเรียน จ.อ่างทอง ที่ได้มาโชว์ให้ตนดูครั้งนี้ขอยกย่องให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือความมุ่งมั่นการสร้างวัฒนธรรมของเด็กไทย ทั้งนี้ขอให้ครูได้ปลูกฝังความมุ่งมั่นให้แก่นักเรียน รวมถึงการสำนึกในประวัติศาสตร์และสถาบันชาติไทยด้วย เพื่อให้เด็กรู้สึกรักและภูมิใจในความเป็นไทยให้ได้ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเป็นครูในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีการใช้สื่อโซเชียลอย่างหลากหลาย แต่ก็อยากให้ครูได้ปรับบทบาทของตัวเองให้เท่าทันกับกระโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นเรื่องการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องดีนักเรียนที่สวมใส่จะได้รู้สึกภูมิใจและมีจิตอาสา เพราะชุดลูกเสือจะเป็นพลังสัญลักษณ์แห่งการทำความดีทำประโยชน์ให้แก่สังคม ส่วนเรื่องที่หลายฝ่ายมองว่าเครื่องแบบลูกเสือเป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้ปกครองด้านค่าใช้จ่ายนั้น ตนเห็นว่าไม่ได้เป็นภาระ เพราะเด็กทุกคนก็สวมใส่ชุดลูกเสือ หากถามว่าเป็นภาระแต่การใส่ชุดไปรเวทแข่งขันซื้อเสื้อแบรนด์เนมก็เป็นภาระกับผู้ปกครองเช่นกัน ขณะเดียวกันประเด็นที่หลายฝ่ายสะท้อนว่าเด็กไทยมีชั่วโมงเรียนที่มากเกินไปนั้น ตนไม่คิดเช่นนั้น เรียนมากไปถือเป็นเรื่องดี เพราะถือว่าเด็กใฝ่รู้ใฝ่เรียน

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะโฆษกศธ.กล่าวว่า ภายในงานดังกล่าวมีเวทีการแสดงจากนักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)  และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พร้อมกิจกรรมน่าสนใจ เช่น ดนตรีโฟล์กซอง การร้องเพลงไทยและสากล ลูกทุ่ง 4 ภาค การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงโชว์ผลงานชนะเลิศการประกวดร้องเพลง และยังมีการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ ด้วยบรรยากาศที่สอดรับกับเทศกาลของขวัญปีใหม่ ทั้ง “ช้อป ชิม โชว์ แชร์” แบ่งปันองค์ความรู้ ภายใต้แนวคิด Soft Power  ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีผู้เข้าชมงานตลอดเวลา 3 วัน กว่า 16,000 คน