เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ข้อเสนอการยกระดับผลการทดสอบ PISA” โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานการจัดการศึกษา สนับสนุนการจัดการศึกษาทุกภาคส่วน เข้าร่วมกว่า 200 คน โดยดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวเปิดการประชุม ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำแผนระดับ 3 ด้านการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายให้ สกศ.วางแผนยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนในโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA (Programme for International Student Assessment ) ซึ่งดำเนินการโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ที่ผลการประเมิน PISA ของเด็กไทยในปี 2022 มีคะแนนที่ตกลง ทั้งด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

เลขาธิการสกศ. กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่สกศ.มอง ขณะนี้ พบว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในการจัดการศึกษาของประเทศไทย คือ เรื่องแรก ประเทศไทยมีการกำหนดแผนเป็น 3 ระดับ ซึ่งนโยบายด้านการศึกษา และแผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นแผน 20 ปีที่ต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่การให้ความสำคัญอยู่แค่แผนระดับที่ 3 เท่ากับแผนหน่วยงาน ดังนั้น การขับเคลื่อนจึงเกิดปัญหาในการขับเคลื่อน ซึ่งต้องผลักดันให้ยกระดับไปอยู่ในแผนระดับที่ 2 เรื่องที่ 2 การพัฒนาการเรียนการสอนครู จะประเมินผู้เรียนตามสภาพจริง ประเมินจากการสอน ไม่ได้ประเมินจากหลักสูตร และเรื่องที่ 3 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ผ่านมา นักเรียนมีความเครียด มีประเด็นดราม่าเรื่องการทดสอบต่างๆเยอะ เรื่องการทดสอบระดับชาติและการทดสอบนานาชาติก็เป็นเรื่องความสมัครใจ ทำให้ PISA ถูกลดความสำคัญลง และเด็กก็ไม่คุ้นชินกับรูปแบบการทดสอบ

ดร.อรรถพล กล่าวด้วยว่า การยกระดับผลการทดสอบ PISA แน่นอนว่าในภาพรวมของการจัดการศึกษาเราต้องไปพัฒนาเรื่องรูปแบบการจัดการศึกษา และเพิ่มความเข้มข้น แต่สิ่งหนึ่งที่ละเลยไม่ได้ คือ หน่วยงานที่ประเมินการศึกษาของโลก ซึ่งก็คือ OECD ที่เป็นหน่วยงานที่วิเคราะห์วิจัยการศึกษาของโลก และมีสมาชิกอยู่มากมาย ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิกหลัก เราเป็นเพียงแค่สมาชิกสมทบในคณะกรรมการนโยบายด้านการศึกษาเท่านั้น เราจึงขาดโอกาสในการเข้าถึงรูปแบบของการศึกษา รูปแบบการทดสอบ และโอกาสที่ OECD จะเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาการเรียนการสอน ดังนั้น สิ่งสำคัญในการประชุมวันนี้เราจึงเสนอให้ยกระดับไทยเข้าไปมีบทบาท มีสถานะเป็นสมาชิกหลักของ OECD ซึ่งจะทำให้รู้แนวทางการพัฒนาหลักสูตร รู้ข้อสอบการประเมิน สามารถต่อลองเรื่องวิธีการประเมินได้ ซึ่งการเสนอไทยเข้าเป็นสมาชิกนี้ ศธ.ไม่ใช่เจ้าภาพหลัก แต่เป็นกระทรวงต่างประเทศ และสภาพัฒนาเศฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดังนั้น สกศ.จะรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการประชุมในวันนี้เสนอรมว.ศธ. และนำเข้าครม. เพื่อเป็นแนวทางที่จะให้เกิดการขับเคลื่อนการยกระดับการศึกษาของประเทศได้อย่างแท้จริง
ด้าน รศ.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผอ.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า แนวทางการยกระดับผลการทดสอบ PISA ที่ได้จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบของประเทศที่ทำคะแนนได้ดี ประประกอบกับบริบทของประเทศไทย มี 3 ประเด็นหลักที่ประเทศไทยสามารถดำเนินการได้ ซึ่งจะไม่ได้ขับเคลื่อนเฉพาะคะแนน PISA เท่านั้น แต่เป็นการพัฒนาเด็กได้แบบยั่งยืนและต่อเนื่องด้วย คือ 1.พัฒนาครูให้มีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ในห้องเรียน การตั้งคำถาม รวมทั้งการประเมินและวัดผล ซึ่งครูต้องร่วมด้วยช่วยกันฝึกและพัฒนานักเรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง มีทักษะในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา ให้เด็กคุ้นชินกับข้อสอบที่เน้นการแก้ปัญหา มากกว่าเน้นแค่ความรู้ที่เด็กจะต้องทำได้ 2.ส่งเสริมและสนับสนุนทรัพยากรและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ สื่อในและต่างประเทศ เพื่อให้นักเรียน ได้ใช้ประโยชน์ เข้าถึงตามความสนใจ และ 3.พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นสถานที่มีบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ มีความสุข สนุกสนาน และผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ต้องให้ความสำคัญกับการสอบ PISA ว่าเป็นการทดสอบที่วัดสมรรนะของเด็กไทยจริงๆ



