นายประเทศ ตันกุรานันท์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ได้เตรียมพร้อมสัญญาณรองรับการใช้งานมือถือทั่วไทย โดยได้นำ Mobility data ที่ระบุพฤติกรรมการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดทุกภาค และข้อมูลการจัดกิจกรรมเคานท์ดาวน์ทั่วไทยมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผน และนำเทคโนโลยี AI ร่วมตรวจสอบคุณภาพสัญญาณ ตรวจจับความผิดปกติ ทั้งโครงข่ายโมบายล์ และบรอดแบนด์ ให้พร้อมรองรับเทศกาลแห่งความสุขให้ลูกค้าได้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“การสรุปข้อมูล Mobility data การใช้บริการในภาพรวม ภายใต้วัตถุประสงค์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ พบว่าจังหวัดที่คนเดินทางเข้ามากที่สุด 10 จังหวัดในปีที่ผ่านมา ทั้งลูกค้าทรูและดีแทค คือ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา นครสวรรค์ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี (เรียงลำดับจังหวัดตามตัวอักษร) โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือครองแชมป์ภาคที่คนนิยมเดินทางไปมากที่สุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้พัฒนาโครงข่ายอย่างต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในทุกจังหวัด ปัจจุบัน 5G ของทรู-ดีแทค ครอบคลุม 90% และ 4G ครอบคลุมประชากร 99%

สำหรับปฏิบัติการเพิ่มสัญญาณความสุขปีใหม่ครอบคลุมทั่วไทย มีรายละเอียด คือ 1. ส่งรถ COW และอุปกรณ์เสริมสัญญาณพื้นที่เทศกาลเคานท์ดาวน์ยอดนิยม – ทรูและดีแทคได้ขยายสัญญาณเพิ่มตามจุดจัดงานปีใหม่และกิจกรรมต่างๆ หรือพื้นที่ที่คนจะมาพบกันจำนวนมาก รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อดูแลเป็นกรณีพิเศษในการ นำรถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว (COW) และเพิ่มสถานีฐาน อุปกรณ์เสริมสัญญาณ ทั้งกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการจัดงานและพื้นที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ

2. การเดินทางสถานีขนส่งและสนามบิน – ทรูและดีแทคให้ความสำคัญในการใช้งานรองรับจุดสำคัญที่เป็นศูนย์กลางเดินทาง โดยช่วงเทศกาลที่ประชาชนจำนวนมากจะใช้ สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งต่างๆ เพิ่มมากขึ้นดังนั้น จึงได้วางแผนล่วงหน้ารองรับตามจุดต่างๆ ที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมเพื่อเดินทางสู่จังหวัดสำคัญ

3. เส้นทางจราจรหลัก – ทรูและดีแทคได้ขยายสัญญาณรองรับนักเดินทาง ที่ใช้เส้นทางคมนาคมสายหลักต่างๆ ที่เดินทางเชื่อมต่อภูมิภาค ทั้งการเดินทางรถยนต์ส่วนตัว รถสาธารณะเพื่อไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ หรือเดินทางกลับยังภูมิลำเนาทุกภูมิภาค โดยเฉพาะเส้นทางมุ่งสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงเทศกาล รวมถึงเส้นทางคมนาคมสู่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

4. เส้นทางไหว้พระทำบุญ – ทรูและดีแทคพร้อมรองรับการใช้งานในช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่ โดยปกติคนนิยมเดินทางมาทำบุญ หรือร่วมงานสวดมนต์ข้ามปี และไหวัพระเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย

5. ตั้งศูนย์กลางเฉพาะกิจดูแลสัญญาณทั่วไทย 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด – ทีมงานพิเศษห้องปฏิบัติการศูนย์กลางโครงข่ายทำหน้าที่ตรวจสอบและดูแลบริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งประสานงานกับทีมในพื้นที่ภูมิภาค หรือจังหวัดต่างๆ ในการปรับแผนรองรับสัญญาณการใช้งานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดทั่วไทยตลอดเทศกาลปีใหม่ รวมทั้งจัดทีมพิเศษดูแลบรอดแบนด์ WiFi ทรูวิชั่นส์ ทรูไอดีที่จะมีการถ่ายทอดสดช่วงเคานท์ดาวน์ และ1242 ทรูคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้ง 1678 ดีแทค คอลเซ็นเตอร์ อีกด้วย

นอกจากนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ส่งทีมเข้าปฏิบัติการดูแลการสื่อสารทั้งมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน พร้อมอุปกรณ์สำรองและอะไหล่ในการซ่อมบำรุง (Spare Parts) สำหรับชุมสายและสถานีฐานในกรณีฉุกเฉินจากฝนตกหนักช่วง 22-24 ธันวาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ 5 จังหวัด คือ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล และสงขลา และจัดทีมติดสถานการณ์ฝนตกทุกภาคใต้อย่างใกล้ชิดและดูแลต่อเนื่องอีกด้วย

รายงานข่าวจาก AIS  แจ้งว่า ในช่วงเวลาแห่งความสุขกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ให้ลูกค้าสามารถใช้งานดิจิทัลบนโครงข่ายอัจฉริยะในทุกการสื่อสาร โพสต์ โหลด แชร์ ชม และส่งต่อความสุขฉลองปีใหม่รับปี 2024 ได้อย่างราบรื่นอุ่นใจ โดยยืนยันความพร้อมของระบบโครงข่ายสัญญาณทั้งเครือข่ายมือถือและบรอดแบนด์ ให้รองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในช่วงปีใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมนำเทคโนโลยี AI และ Autonomous Network Monitoring มาช่วยเสริมการทำงานของทีมวิศวกรเพื่อ Proactive การใช้งานเน็ตบ้าน พร้อมตรวจจับปริมาณการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ แบบ Realtime ทั้งพื้นที่จัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ สถานที่ท่องเที่ยว หรือแม้แต่พื้นที่ระบบขนส่งมวลชนทั่วประเทศ รวมถึงยังเตรียมยกขบวนสิทธิพิเศษเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2024 แบบจัดเต็ม

โดยเทศกาลปีใหม่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขในการพักผ่อนท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเดินทางกลับบ้านและภูมิลำเนาที่ต่างจังหวัดของลูกค้าและคนไทย เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และความตั้งใจของ AIS ในการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าและคนไทย จึงได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลังของบุคลากร ทั้ง ทีมวิศวกร ทีมช่างของ AIS Fibre และ 3BB รวมถึงเปิดศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) เพื่อเฝ้าระวัง อำนวยความสะดวกลูกค้าในการเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายสื่อสารในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้ง AIS 5G / 4G / AIS Super WiFi และ AIS Broadband ทั้ง AIS Fibre และ 3BB

สำหรับบริการ Broadband นั้น ได้มีการใช้ AI มาช่วยบริหารจัดการเครือข่ายในกรณีหากพบว่าอาจจะเกิดปัญหา ทีมช่างก็จะพร้อมติดต่อลูกค้าเพื่อแก้ปัญหา หรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ได้อย่างทันท่วงที สำหรับส่วนของ Mobile นั้น ได้เพิ่มขีดความสามารถและความครอบคลุมการให้บริการจากสถานีฐานเดิม การติดตั้งสถานีฐานชั่วคราว (Mini Tower) การระดมรถสถานีฐานเคลื่อนที่ (Mobile Base Station Car) และรถโมบายล์ชุมสาย COW (Cell-On-Wheel) ในพื้นที่สำคัญ อาทิ พื้นที่จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองการจัดงานเคานท์ดาวน์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ

รวมถึงจุดบริการขนส่งสาธารณะ หรือแม้แต่เส้นทางการเดินทางของลูกค้าตามถนนสายหลักของประเทศที่มีความหนาแน่น ประกอบกับนำเทคโนโลยี AI และ Autonomous Network Monitoring ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ ปริมาณการใช้งานได้แบบ Realtime ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เราสามารถเพิ่ม Capacity และแก้ไขปัญหาได้ในทันที