เมื่อวันที่ 4 ม.ค. นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษาของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้วิเคราะห์และถอดบทเรียนจากผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ พิซา ปี 2022 เพื่อนำไปสู่แนวทางการปรับปรุงระบบการศึกษาของไทยในอนาคต เนื่องจากผลการประเมินดังกล่าวของนักเรียนไทย มีค่าคะแนนเฉลี่ยต่ำลงมากที่สุดในรอบ 20 ปีทุกด้าน ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤติทางการศึกษาที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและตรงจุด และหากไม่มีการแก้ไขครั้งใหญ่ ประเทศไทยจะไม่สามารถก้าวไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้
เลขาธิการ สกศ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้เสนอแนวทางการแก้ไขและยกระดับคุณภาพการการเรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน ดังนี้ 1. ลดภาระงานอื่นของครู เพื่อให้ครูสอนได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งพัฒนาครูให้มีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาให้นักเรียนมีทักษะที่จำเป็นในการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง และมีทักษะในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา 2. ส่งเสริมและสนับสนุนทรัพยากรและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพในหลากหลายรูปแบบทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้กับสถานศึกษาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำในการจัดการเรียนรู้ 3.ยกเครื่องหลักสูตรให้อิงสมรรถนะมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมการวิเคราะห์ การประเมิน และความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งออกแบบระบบอื่น ๆ ให้สอดคล้องกับหลักสูตรดังกล่าว เช่น การผลิต/การพัฒนาครู การประกันคุณภาพ การสอบ 4. พัฒนาสถานศึกษาในทุกสังกัดทั่วประเทศ ให้มีคุณภาพและครอบคลุม และบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กและพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนที่อยู่ใกล้กัน และสร้างแรงจูงใจให้ครูไปอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กที่ห่างไกล รวมทั้งนำงบประมาณที่ได้จากการบริหารจัดการอย่างประหยัด มาเพิ่มให้กับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล



