สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า สืบเนื่องจากกรณีกองทัพเกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่มากกว่า 200 ลูก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตกใกล้กับเกาะแบงนยอง และเกาะยอนพยอง ของเกาหลีใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลเหลือง ส่งผลให้ทางการเกาหลีใต้อพยพประชาชนทั้งหมด ออกจากเกาะทั้งสองแห่ง และประณามรัฐบาลเปียงยางอย่างหนัก ว่า “ยั่วยุอย่างร้ายแรง” ตามด้วยการซ้อมรบกระสุนจริงร่วมกับสหรัฐ


กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ เรียกร้องเกาหลีเหนือยุติการเคลื่อนไหว ในเชิงยั่วยุและทำลายล้าง ตลอดจนเป็นการบ่อนทำลายเสถียรภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลเปียงยางกลับคืนสู่โต๊ะการเจรจา เพื่อการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนร่วมกัน และทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลวอชิงตันไม่เคยมีเจตนาร้ายต่อเกาหลีเหนือ”


ขณะที่นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง “แสดงออกด้วยความอดกลั้น” เพื่อไม่ให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดมากไปกว่าที่เป็นอยู่ และเพื่อปูทางสู่การกลับมาเจรจากันอีกครั้ง


อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานเกี่ยวกับ “การฝึกซ้อมรบ” ของกองทัพเรือเกาหลีเหนือ ที่เป็นการใช้กระสุนจริง “เป็นการตอบสนองและการโต้กลับตามธรรมชาติ” ต่อการซ้อมรบและการคุกคามของเกาหลีใต้ พร้อมทั้งยืนยันว่า การยิงปืนใหญ่ของเกาหลีเหนือครั้งนี้ “ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรง” ต่อชาวเกาหลีใต้ ซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะแบงนยอง และเกาะยอนพยอง


อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย. 2553 โดยกองทัพเกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่ราว 170 ลูก มายังเกาะยอนพยองของเกาหลีใต้ ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย และทหาร 2 นายในพื้นที่เสียชีวิต ถือเป็นการโจมตีข้ามพรมแดนครั้งแรก นับตั้งแต่ผ่านพ้นสงครามเกาหลี ระหว่างปี 2493-2496.

เครดิตภาพ : AFP