สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่าทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันออกแถลงการณ์ ประณามจีน “ขับเคลื่อนนโยบายกดปราบทางการทูต” ที่ถือเป็นการ “ต่อต้านคุณค่าทางประชาธิปไตย” และคือการ “ท้าทายระเบียบโลกซึ่งมีเสถียรภาพ”
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันออกแถลงการณ์ก่อนหน้านั้นไม่นาน ยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับนาอูรู ซึ่งประกาศว่า จะไม่รับรองไต้หวัน “ในฐานะรัฐเอกราช” อีกต่อไป แต่ในทางกลับกัน นับจากนี้นาอูรูถือว่า “ไต้หวันคือดินแดนซึ่งไม่อาจแบ่งแยกออกจากจีนได้”
With deep regret we announce the termination of diplomatic relations with Nauru. This timing is not only China’s retaliation against our democratic elections but also a direct challenge to the international order. Taiwan stands unbowed & will continue as a force for good.
— 外交部 Ministry of Foreign Affairs, ROC (Taiwan) ???????? (@MOFA_Taiwan) January 15, 2024
แม้นาอูรูเป็นหนึ่งในประเทศซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยมีประชากรราว 12,500 คน และตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งเมืองซิดนีย์ของออสเตรเลีย ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 4,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม นาอูรูมีความสำคัญทางการทูตอย่างมากสำหรับไต้หวัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
#FMsays China stands ready to work with Nauru to open new chapters of their bilateral relations on the basis of the one-China principle, FM spokeswoman Mao Ning said after Nauru said it breaks so-called "diplomatic ties" with #Taiwan authorities. https://t.co/eUBvzzxIwU pic.twitter.com/DDqA0edgLn
— China Daily (@ChinaDaily) January 15, 2024
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเคยตัดความสัมพันธ์ที่ยาวนาน 17 ปี มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือน ก.ค. 2545 แต่หลังจากนั้นมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ใน 3 ปีต่อมา คือเมื่อปี 2548
ดังนั้น การที่นาอูรูยุติความสัมพันธ์ ทำให้ตอนนี้เหลือเพียง 12 ประเทศบนโลกเท่านั้น ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบกับไต้หวัน รวมถึง วาติกัน กัวเตมาลา เบลีซ เฮติ และปารากวัย
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ ชื่นชมการตัดสินใจของนาอูรู ในการสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบกับรัฐบาลปักกิ่ง และเน้นย้ำว่า “มีเพียงจีนเดียวบนโลกใบนี้” พร้อมทั้งประณามการที่สหรัฐส่งคณะผู้แทน ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาล เยือนกรุงไทเป หลังไต้หวันผ่านพ้นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



