สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. เกี่ยวกับความคืบหน้าของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ด้วยยาน เพเรกริน (Peregrine) ของบริษัทแอสโตรบอติก เทคโนโลยี ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่สัญญาขององค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ซึ่งออกเดินทางด้วยจรวดวัลแคน เซนทอร์ (Vulcan Centaur) ของบริษัทยูไนเต็ด ลอนช์ อัลไลแอนซ์ (United Launch Alliance) ร่วมกับบริษัทโบอิ้ง และล็อกฮีด มาร์ติน จากศูนย์อวกาศเคนเนดี บนแหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นั้น
แอสโตรบอติกออกแถลงการณ์เพิ่มเติม ว่าควบคุมให้ยานเพเรกรินเดินทางกลับมายังโลก หลังเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิค โดยโครงสร้างของยานเผาไหม้แทบทั้งหมด ระหว่างเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก และหากมีชิ้นส่วนหลงเหลือ แอสโตรบอติกเชื่อว่า จะมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ในเขตห่างไกลกับแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน
(1/2) Update #22 for Peregrine Mission One pic.twitter.com/YIKQKE6fgH
— Astrobotic (@astrobotic) January 19, 2024
อนึ่ง ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับยานเพเรกริน รวมถึงแผงโซลาร์เซลล์ซึ่งไม่หันไปทางดวงอาทิตย์ ทำให้ยานไม่สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ ตามกำหนดในวันที่ 23 ก.พ. ที่จะถึง
We have liftoff! The first American commercial robotic launch to the Moon will deliver science instruments to study its surface, a critical part of preparing for future #Artemis missions. https://t.co/KoOZjXvqjD pic.twitter.com/Vo2Dnn6TwA
— NASA (@NASA) January 8, 2024
อย่างไรก็ตาม ภารกิจของยานเพเรกริน ถือเป็นความพยายามสร้างประวัติศาสตร์ด้านอวกาศให้กับสหรัฐ โดยเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี ที่สหรัฐส่งยานสำรวจไปยังดวงจันทร์ นับตั้งแต่ภารกิจ “อะพอลโล-17” ซึ่งเป็นภารกิจสุดท้าย เมื่อปี 2515.
เครดิตภาพ : AFP



