สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า นายสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถึงสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม ในเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งอิสราเอลเตรียมปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดิน และต้องการให้ประชาชนซึ่งรวมถึงผู้อพยพมากกว่า 1.4 ล้านคน เดินทางออกจากพื้นที่ ว่ายูเอ็น “ต้องการหลักประกันที่สามารถไว้วางใจได้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ” เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเรือน
Israeli air strikes have hit Rafah in Gaza, where the UN says 1.9 million displaced Palestinians are trying to shelter from ongoing Israel's war on Gaza. pic.twitter.com/vpR8qpwNW4
— Al Jazeera English (@AJEnglish) February 7, 2024
ทั้งนี้ โฆษกสหประชาชาติยืนยันว่า หน่วยงานทุกแห่งของยูเอ็น จะไม่ให้ความร่วมมือกับ “การบังคับอพยพ” ประชาชนในเมืองราฟาห์ และเน้นย้ำว่า “ไม่มีพื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้วในฉนวนกาซา” พร้อมทั้งยืนกรานคัดค้าน การผลักดันประชาชนซึ่งอพยพมาจากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ ให้กลับขึ้นไปยังภาคเหนือตามเดิม และการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ชาวกาซา ยังแทบไม่เคยเพียงพอ นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566
ขณะที่นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันคัดค้านปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบของอิสราเอล ที่เมืองราฟาห์ ตราบใดที่ยังไม่มีการเปิดเผยแผนการคุ้มครอง และบริหารจัดการประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
เครดิตภาพ : AFP



