สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า การสู้รบบนแนวหน้าของกองทัพยูเครน กำลังประสบกับอุปสรรค และความติดขัด เนื่องจาก “ความล่าช้าในความสนับสนุนจากพันธมิตร” ซึ่งกำลังสร้างความได้เปรียบให้กับรัสเซีย ที่มีการเสริมกำลังและรุกคืบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กองทัพยูเครนถอนกำลังออกจากเมืองอัฟดีฟกา ในภูมิภาคโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเสมือนเป็นการมอบ “ชัยชนะเชิงสัญลักษณ์” ให้แก่รัสเซีย ซึ่งส่งทหารปิดล้อมเมืองแห่งนี้ตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว โดยเมืองอัฟดีฟกาเป็นหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมของยูเครน มีประชากรราว 34,000 คน ตามข้อมูลก่อนเกิดสงคราม
“It’s important for us to save the lives of our people. That’s our main objective,” President Zelensky told me about the fall of Avdiivka. “We’re just waiting for more weapons… Frankly, we don’t have long range weapons… Our main weapon today is our soldiers, our people.” pic.twitter.com/BLIV1RhHe3
— Christiane Amanpour (@amanpour) February 19, 2024
ขณะที่กองทัพยูเครนประเมินสถานการณ์ ว่ากองทัพรัสเซียจะกระจายกำลังทหารออกจากเมืองอัฟดีฟกา ไปยังเมืองอีกหลายแห่งของยูเครน ที่อยู่บนแนวรบส่วนหน้าทางตะวันออก โดยหนึ่งในเมืองที่ทุกฝ่ายกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด คือเมืองเซลิดอฟ อยู่ห่างจากเมืองอัฟดีฟการาว 30 กิโลเมตร
แม้กองทัพยูเครนยืนยันว่า การถอนกำลังออกจากเมืองอัฟดีกามีวัตถุประสงค์หลัก “เพื่อลดความสูญเสีย” แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งสะท้อนปัญหาของยูเครน ที่กำลังขาดแคลนยุทโธปกรณ์อย่างหนัก จากการที่พันธมิตรฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐ กำลังประสบกับความตึงเครียดทางการเมืองภายใน และยังไม่สามารถผ่านงบประมาณสนับสนุนยูเครนรอบใหม่ได้ ขณะที่ประเทศขนาดใหญ่หลายแห่งในยุโรป ล้วนกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



