สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า การสู้รบบนแนวหน้าของกองทัพยูเครน กำลังประสบกับอุปสรรค และความติดขัด เนื่องจาก “ความล่าช้าในความสนับสนุนจากพันธมิตร” ซึ่งกำลังสร้างความได้เปรียบให้กับรัสเซีย ที่มีการเสริมกำลังและรุกคืบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ กองทัพยูเครนถอนกำลังออกจากเมืองอัฟดีฟกา ในภูมิภาคโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเสมือนเป็นการมอบ “ชัยชนะเชิงสัญลักษณ์” ให้แก่รัสเซีย ซึ่งส่งทหารปิดล้อมเมืองแห่งนี้ตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว โดยเมืองอัฟดีฟกาเป็นหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมของยูเครน มีประชากรราว 34,000 คน ตามข้อมูลก่อนเกิดสงคราม


ขณะที่กองทัพยูเครนประเมินสถานการณ์ ว่ากองทัพรัสเซียจะกระจายกำลังทหารออกจากเมืองอัฟดีฟกา ไปยังเมืองอีกหลายแห่งของยูเครน ที่อยู่บนแนวรบส่วนหน้าทางตะวันออก โดยหนึ่งในเมืองที่ทุกฝ่ายกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด คือเมืองเซลิดอฟ อยู่ห่างจากเมืองอัฟดีฟการาว 30 กิโลเมตร


แม้กองทัพยูเครนยืนยันว่า การถอนกำลังออกจากเมืองอัฟดีกามีวัตถุประสงค์หลัก “เพื่อลดความสูญเสีย” แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งสะท้อนปัญหาของยูเครน ที่กำลังขาดแคลนยุทโธปกรณ์อย่างหนัก จากการที่พันธมิตรฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐ กำลังประสบกับความตึงเครียดทางการเมืองภายใน และยังไม่สามารถผ่านงบประมาณสนับสนุนยูเครนรอบใหม่ได้ ขณะที่ประเทศขนาดใหญ่หลายแห่งในยุโรป ล้วนกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES