เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยหลังลงพื้นที่ติดตามการเคลื่อนย้ายซากยานยนต์ ที่จอดทิ้งไว้บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ บริเวณ รร.วัดสามัคคีสุทธาวาส ซอยจรัญสนิทวงศ์ 85 เขตบางพลัด ว่าการจอดรถทิ้งไว้พื้นที่สาธารณะหรือสถานที่ราชการ โดยขาดการดูแลบำรุงรักษา เจ้าของรถไม่ใช้งานนาน จนรถเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบในพื้นที่ อีกทั้งกีดขวางการสัญจร และจราจรติดขัด ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 62-67 (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.พ.) ตรวจพบซากยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้ในพื้นที่ กทม. 1,408 คัน เจ้าของเคลื่อนย้ายเอง 1,167 คัน สำนักงานเขตเคลื่อนย้าย 223 คัน และรอเคลื่อนย้าย 18 คัน ในจำนวนนี้มีการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว 52 คัน และขายทอดตลาด 36 คัน


ขณะที่จุดลงพื้นที่วันนี้ สำรวจพบรถยนต์ 1 คัน ประสาน สน.พื้นที่ตรวจสอบทางคดี และตรวจทะเบียนรถในระบบกรมการขนส่งทางบก พร้อมปิดประกาศให้เคลื่อนย้ายซากออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเจ้าของหรือผู้ครอบครอง และยังไม่มีผู้มาเคลื่อนย้าย โดยได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน


“วันนี้ เขตร่วมกับสำนักเทศกิจ และกองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง ได้เคลื่อนย้ายซากยานยนต์ออกไปก่อน โดยใช้รถบรรทุกแบบชานเลื่อน (รถชานสไลด์) จากสำนักเทศกิจที่เข้ามาประจำการใหม่ และออกใช้งานวันแรก เข้ามาเคลื่อนย้ายรถไปสถานที่เก็บรักษาของกลางเขตหนองแขม กำหนดจัดเก็บซากยานยนต์ไว้เป็นระยะเวลา 6 เดือน หากไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองมาติดต่อ จะขายตลาดตามขั้นตอนกฎหมาย”

อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่าในกรณีที่ประชาชนพบเห็นการจอดทิ้งซากยานยนต์บนถนน หรือสถานที่สาธารณะ สามารถแจ้งข้อมูลได้ทางแอปพลิเคชัน Traffy Fondue หรือฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขตในพื้นที่ เพราะกรณีดังกล่าว ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 18 ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทิ้ง วาง หรือกองซากยานยนต์บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติ จะมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท.